กำไรไตรมาสแรกสู่ภาวะปกติและราคายังไม่สะท้อน
กำไรไตรมาส1/60 สูงกว่าคาด 12%
THREL รายงานกำไรไตรมาส1/60 อยู่ที่ 118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 199% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราคาด 12% เนื่องจากค่าสินไหมทดแทนที่ต่ำกว่าคาด บริษัทรายงานค่าสินไหมทดแทนสุทธิที่ 191 ล้านบาท จากที่เราประมาณการไว้ที่ 200 ล้านบาท ทั้งนี้สัดส่วนค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันรับสุทธิ (Loss ratio) ไตรมาส1/60 ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 71% ต่ำกว่าที่เราประมาณการไว้ที่ 74% และต่ำกว่าไตรมาส4/59 ที่ 73% สำหรับกำไรในไตรมาสนี้คิดเป็น 34% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2560
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้เบี้ยประกันสุทธิอยู่ที่ 459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 19% QoQ เป็นไปตามที่เราคาด โดยรายได้เบี้ยประกันจากสิ้นค้าที่ร่วมพัฒนาฯของ THREL สูงขึ้น 14% YoY มาอยู่ที่ 183 ล้านบาท ขณะที่รายได้เบี้ยประกันแบบดั้งเดิมสุทธิลดลง 2% YoY มาอยู่ที่ 276 ล้านบาท บริษัทตั้งสำรองและตั้งค่าชดเชยค่าสินไหมจำนวน 191 ล้านบาทสำหรับ
สำรองประกันชีวิต (อัตราสินไหมทดแทนและค่าชดเชย) ในไตรมาส 1/60 ซึ่งเท่ากับ 42% ของเบี้ยประกันรับสุทธิ ลดลงจาก 45% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และจาก 56% จากไตรมาสก่อนหน้า
อัตราค่านายหน้าในการขายประกันชีวิตของ THREL อยู่ที่ 26% ของเบี้ยประกันชีวิตรวม ในไตรมาส 1/60 ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 37% ในไตรมาส 4/59 แต่สูงขึ้นเล็กน้อยจาก 24% ในไตรมาส 1/59 การลดลง QoQ นี้มาจากการแข่งขันที่ลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น และเป็นช่วงนอกฤดูการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ร่วมพัฒนา ขณะที่สัดส่วนต้นทุนรวมต่อเบี้ยประกันภัยรับรวมลดลงมาอยู่ที่ 71% จากเดิม 73% ในไตรมาส 1/59 และ 98% ใน ไตรมาส 4/59 เนื่องจากอัตราการเครมค่าสินไหมทดแทนลดลง
ROI ลดลงมาอยู่ที่ 2.7% ในไตรมาส 1/60 จาก 3.4% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และจาก 8.3% ในไตรมาสก่อนหน้า (เนื่องจากำไรจากการลงทุนลดลงและเงินปันผลรับจากการลงทุนลดลง) โดยรายได้จากการลงทุนลดลง 43% YoY และ 2% QoQ มาอยู่ที่ 8 ล้านบาท
แนวโน้ม
เราคาด THREL จะรายงานกำไรทรงตัว QoQ ในไตรมาส 2/60 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ในระดับสูง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
แม้ผลประกอบการไตรมาส 1/60 จะออกมาดี แต่เรายังคงประมาณการกำไรปี 2560 เท่าเดิมที่ 350 ล้านบาท – เราคาดค่าเคลมและค่าคอมมิชชั่นอาจมากขึ้นในครึ่งหลังปี 2560
คำแนะนำ
การดำเนินงานของ THREL ดีขึ้น หนุนโดยการบริหารค่าใช้จ่ายสำหรับเคลมและคอมมิชชั่นให้ลดลงซึ่งส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนรวมต่อเบี้ยประกันภัยรับรวมลดลง ผลประกอบการไตรมาส 1/60 ที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นที่น่าพอใจกอปรกับ ราคาหุ้นได้ปรับลดลง 35% มาอยู่ที่ 8 บาท นับจากที่เราปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” ในวันที่ 2 พ.ย. 2559 เนื่องจากการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2559 ชะลอตัว แต่ปัจจุบันกำไรของบริษัทฟื้นตัวและคาดการอัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2560-2561 ยังน่าดึงดูด (กิจการประกาศปันผล 0.40 บาท หรือ คิดเป็นผลตอบแทน 5.0% ปี 2559 และ เราคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5.6% สำหรับปี 2560 และ 6.3% สำหรับปี 2561) ทำให้เราได้ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” อีก ครั้ง โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2560 ตามเดิมที่ 10.7 บาท (ผูกกับการประเมินมูลค่าธุรกิจ (embedded value) ที่ 3.4 บาท/หุ้น และมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ (VNB) ที่ 7.3 บาท)









