วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

EGCO - ถือ

แนวโน้มกำไรครึ่งแรกของปีที่แข็งแกร่งได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว; แนวโน้มครึ่งหลังอ่อนตัว HoH

ประเด็นการลงทุน

แนวโน้มกำไรหลังหักภาษีของ EGCO ในไตรมาส 1/60 และ 2/60 คาดว่าจะออกมาดี แต่เราเชื่อว่าตลาดได้สะท้อนแนวโน้มกำไรที่ค่อนข้างดีในราคาหุ้นไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้หากมองไปในอนาคต เรามองว่าตัวเลขกำไรครึ่งหลังปี 2560 ยังคงมีความเสี่ยงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน BLCP ดังนั้น เราจึงมองว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อสะสมเพิ่ม พร้อมคง
คำแนะนำ “ถือ” โดยมองว่าผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อย่าง GPSC น่าจะมีอัพไซต์มากกว่า ในขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิยังคงเติบโต


กำไรไตรมาส 1/60 และ 2/60 คาดเติบโต

กำไรไตรมาส 1/60 คาดว่าจะอยู่ที่ 2,250 ล้านบาท ลดลง 13% YoY (EGCO บันทึกกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 664 ล้านบาท ในไตรมาส 1/59) แต่เพิ่มขึ้น 168% QoQ เนื่องจากอัตราไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างไตรมาสและการรับรู้กำไรเต็มไตรมาส จากโรงไฟฟ้ากังหันลมชัยภูมิวินฟาร์ม (โรงไฟฟ้า CWF ขนาด 90 เมกะวัตต์, บริษัทถือครอง 90%)ใน
ไตรมาส 1/60 หากไม่รวมรายการพิเศษ เราคาดว่ารายได้หลักในไตรมาส 1/60 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% YoY และ 45% QoQ ทั้งนี้เรายังคาดการณ์ว่าการเติบโตของกำไรสุทธิจะยังคงมีต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 2/60 หนุนโดยอุปสงค์การใช้พลังงานที่สูงขึ้น อัตราไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้กำไรจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพใน
ประเทศอินโดนิเซียที่ EGCO ซื้อจากเชฟรอนในวันที่ 31 มี.ค.


...อย่างไรก็ตามตัวเลขผลการดำเนินงานมีแนวโน้มอ่อนตัว HoH ในครึ่งหลังปี 2560

โดยปกติแล้ว อุปสงค์ของพลังงานจะอ่อนตัวลง HoH ในช่วงครึ่งหลังของปี ปัจจัยลบไม่ได้มีแค่เท่านั้น แต่ยังมีโรงไฟฟ้า BLCP ที่มีกำหนดการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการเปิดโรงไฟฟ้า ซึ่ง EGCO เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ 50% ทั้งนี้โรงไฟฟ้าถ่านหินให้ความร้อน IPP ขนาด 1,320 เมกะวัตต์ คิดเป็นกำลังการผลิต 16% ของกำลังการผลิตรวมของบริษัท เรามี
รายละเอียดเกี่ยวกับการปิดปรับปรุงเพียงเล็กน้อย (โดยทราบเพียงแค่จะมีกำหนดปิดซ่อมบำรุง 10-12 อาทิตย์) ดังนั้นเราเชื่อว่าตลาดยังไม่สามารถทราบถึงผลกระทบที่แน่นอนต่อรายได้ในครึ่งหลังของปี 2560 ได้และยังไม่รวมปัจจัยลบนี้อยู่ในราคาหุ้น

โดยตลาดสะท้อนแนวโน้มกำไรครึ่งแรกปี 2560 หากแต่แนวโน้มครึ่งหลังปี 2560 สะท้อนหรือยัง?

ราคาหุ้นของ EGCO ปรับตัวเพิ่มขึ้น มากกว่า 10% ในขณะที่ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1.6% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยปรับขึ้นมาอยู่ในระดับค่า PEG ที่ 1.73 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่เพียง 1.22 เท่า เนื่องจากเรามองว่าผลการดำเนินงาน จะปรับตัวลดลง HoH ในครึ่งหลังของปี 2560 เราจึงมองว่าราคาหุ้นมีอัพไซต์จำกัดต่อจากนี้ หากมองไปข้างหน้า เรา
คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรระหว่าง ปี 2560-2562 ของ EGCO อยู่ที่เพียง 9.5% ซึ่งค่อยข้างต่ำหากเทียบกับกำไรสุทธิที่ก้าวกระโดดขึ้น 96.5% ในปี 2559

หันมาลุ้นโรงไฟฟ้า SPP จากอัพไซต์การปรับค่า Ft อีกรอบ

แนวโน้มครึ่งหลังของปี 2560 สำหรับ EGCO และโรงไฟฟ้า IPP มีแนวโน้มอ่อนตัว แต่กลุ่มโรงไฟฟ้าไม่ได้สิ้นหวังซะทีเดียว เรามองว่าการปรับอัตราค่า Ft ขึ้น (0.1252 บาท/กิโลวัตต์ชม.) ในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. จะส่งผลให้ผลการดำเนินการโรงไฟฟ้า SPP มีอัตรากำไรที่ขยายตัว ทว่าข่าวดียังไม่จบเพียงเท่านี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ERC) บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับอัตราค่า Ft เพิ่มขึ้นอีกครั้งช่วง เดือน ก.ย. ซึ่งเรามองว่าตลาดยังไม่สะท้อนปัจจัยนี้ เราจึงมองว่าโรงไฟฟ้า SPP มีอัพไซต์จากประเด็นดังกล่าวมากที่สุด โดยมองว่า GPSC น่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากมีสัดส่วนโรงไฟฟ้า SPP ในระดับสูง รวมทั้งจะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นต่อยอดธุรกิจในปีนี้มากที่สุดในกลุ่ม