วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบง.หั่นราคาแอลพีจีเดือนพ.ค.ลง47สต./กก.

มติ กบง. หั่นราคาแอลพีจีเดือน พ.ค. ลง 47 สตางค์/กิโลกรัม อยู่ที่ 20.49 บาท/กิโลกรัม ปรับลดครั้งแรกในรอบ 14 เดือนตามต้นทุนตลาดโลก

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ซึ่งมี พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติให้ปรับลดราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ประจำเดือนพ.ค.2560 ลง 47 สตางค์ต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัม(แอลพีจีถังขนาด 15 กิโลกรัม จะปรับลดราคาลง 7 บาทถัง) จากราคาเดือน เม.ย 2560 อยู่ที่ 20.96 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นการปรับลดราคาลงครั้งแรกในรอบ 14 เดือน เนื่องจากราคาแอลพีจีตลาดโลก (CP) เดือนพ.ค. 2560 ปรับตัวลดลงจากเดือนเม.ย. จำนวน 72.50 ดอลลาร์ต่อตัน มาอยู่ที่ระดับ 387.50 ดอลลาร์ต่อตัน ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนเม.ย. 2560 แข็งค่าขึ้นจากเดือนมี.ค. จำนวน 0.4546 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 34.6130 บาทดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาแอลพีจีหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงราคานำเข้า (Import Parity) ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นก๊าซแอลพีจี ปรับลดลง 2.5630 บาทต่อกิโลกรัม จาก 17.6648 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 15.1018 บาทต่อกิโกรัม

ทั้งนี้ กบง.เห็นว่า เพื่อให้ราคาแอลพีจีสะท้อนต้นทุนที่ปรับลดลง และเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จึงควรนำต้นทุนที่ลดลง 2.5630 บาทต่อกิโลกรัม ไปปรับลดราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีเดือนพ.ค. 2560 ลง 47 บาทต่อกิโลกรัม และนำต้นทุนที่ลดลง อีก 2.1201 บาทต่อกิโลกรัม ไปปรับลดอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ จากเดิมชดเชยที่ 3.7197 บาทต่อกิโลกรัม เหลือชดเชยที่ 1.5996 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2560 เป็นต้นไป

สำหรับผลจากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว ทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับและรายจ่ายสุทธิเป็นศูนย์ โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 30 เม.ย. 2560 อยู่ที่ 40,015 ล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของบัญชีก๊าซแอลพีจี อยู่ที่ 6,422 ล้านบาท และในส่วนของบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 33,593 ล้านบาท