แนะ "กสทช. " เร่งจัดการปัญหาในบ้านก่อน หลังแนะให้ "รมต.กระทรวงดิจิทัล" ออกคำสั่งทางปกครองจัดเก็บค่าวงจรดาวเทียมทั้งที่ไม่มีกฎหมายรองรับ
แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เสนอแนวการบริหารจัดการดาวเทียมสื่อสารของชาติที่คาราคาซังมานาน โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกคำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าวงจรดาวเทียมเพิ่มเติมจากดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ไม่เห็นด้วยก็สามารถร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งระงับได้ ซึ่งไม่ว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาใดๆออกมาจะทำให้เกิดความชัดเจน
ทั้งนี้ มองว่า ประเด็นเรื่องการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมนั้น ก่อนหน้านี้ทั้งกระทรวงดีอี และกสทช.ได้เคยหารือจนมีข้อยุติไปแล้ว โดย กสทช.ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้แก่บริษัทไทยคม ในการจัดสร้างและยิงดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ไปแล้วก่อนหน้า โดยไทยคม 7 ให้บริการมาตั้งแต่ 2557 ขณะไทยคม 8 ให้บริการไปเมื่อกลางปี 2559 แต่ปัญหาเกิดขึ้นเป็นเพราะกระทรวงดีอีเองต้องการเก็บค่าสัมปทานจากเอกชนขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ เพราะการกำกับดูแลและให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมือถือ หรือ กิจการดาวเทียมได้เปลี่ยนผ่านไปอยู่ในกำกับของ กสทช. ตาม พ.ร.บ.องค์กรบริหารคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ดังนั้น กระทรวงดีอีจึงไม่มีอำนาจในการให้สัมปทานหรือออกใบอนุญาตประกอบการสื่อสารใดๆ แต่เมื่อจู่ ๆ กระทรวงกลับคิดที่จะจัดเก็บค่าต๋งสัมปทานดาวเทียมขึ้นมาจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น
"ในส่วน กสทช.นั้น ก่อนจะไปเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้หน่วยงานอื่นก็น่าจะได้หันมาปัดกวาดบ้านตัวเองก่อน เพราะในส่วนของการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลที่อยู่ในกำกับของกสทช.เองก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ละรายยังต้องร้องขอให้ กสทช.ผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆให้ ขณะที่เรื่องของเงินรายได้จากการใช้งานคลื่นความถี่ 1800 เมกกะเฮิร์ตซ์ (MHz) และ 900 MHz ตามประกาศกสทช.เมื่อปี 2556 และ 2558 ที่มีวงเงินรายได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาทนั้น จนป่านนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช.เองก็ยังปิดบัญชีไม่ลง ส่วนกรณีดาวเทียมนั้น กสทช.เสนอให้ รมต.ดีอีออกคำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าสัมปทานไปเลย หากเอกชนไม่เห็นด้วยก็ให้ไปยุติที่ศาล แต่เหตุใดกรณีเงินรายได้จากมาตรการเยียวยามือถือ กสทช.กลับไม่ดำเนินการตามวิธีนี้ เพราะหากเอกชนไม่พอใจย่อมสามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์และร้องต่อศาลปกครองให้ชี้ขาดได้อยู่แล้วเช่นกัน" แหล่งข่าว กล่าว









