การเมืองระหว่างประเทศกดดันตลาดเหนือปัจจัยพื้นฐาน
คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงจากความกังวลต่อมาตรการที่ Trump กำลังจะใช้ต่อเกาหลีเหนือหลังจากฝ่ายหลังยังคงยิงขีปนาวุธในวัยอาทิตย์แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม ข่าวดีคือสหรัฐจับมือกับจีนหาทางแก้ปัญหาเกาหลีเหนือ และสหรัฐไม่ได้ประกาศชื่อประเทศที่แทรกแซงค่าเงินรวมทั้งจีน ในขณะที่ผลสำรวจความเห็นเลือกตั้งฝรั่งเศสออกมาสูสีมากโดย 2 ผู้สมัครที่มีนโยบายออกจาก EU มีคะแนนนำ ภายในประเทศปัจจัยส่วนใหญ่เป็นบวก รถไฟรางคู่ไทย-จีนเดินหน้าปกติ รายงานการประชุม กนง.ล่าสุดชี้คณะกรรมการยังเห็นพ้องคงนโยบายการเงินผ่อนคลาย บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ออกโครงการใหม่มากกว่า 2 แสนล้านบาทในเขต EEC
หุ้นเด่นวันนี้: SCB(ราคาปิด 165.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายปี 60 ของ AWS 185.00 บาท)
บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นหุ้นเด่นในวันนี้เนื่องจากพื้นฐานของหุ้นและสัญญาณทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง อีกทั้ง SCB ยังเป็นหนึ่งในหุ้น Top pick ของเราในกลุ่มธนาคารนอกเหนือจาก BBL (ราคาปิด 186.50 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายของ AWS 213.00 บาท) และ TCAP (ราคาปิด 49.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายของ AWS 55.00 บาท) เราคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 1/60 ของ SCB จะทรงตัว QoQแต่โต 19.7% YoYอยู่ที่ 1.26 หมื่นล้านบาท นับเป็นการเติบโต YoYสูงสุดในกลุ่มสี่ธนาคารใหญ่ โดยปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไร YoYจะมาจากการตั้งสำรองฯ ที่ลดลงและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่าสินเชื่อในไตรมาส 1/60 คาดว่าจะยังเติบโตอย่างเชื่องช้าที่ 0.9% QoQแต่เรามองว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นและโต 8% ในปีนี้ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในวงกว้างและการลงทุนของรัฐ นอกเหนือจากนั้นแล้ว SCB ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สามของการวิเคราะห์พื้นฐานของเราและให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงที่ 14.8% สูงเป็นอันดับสองจากทั้งหมด 11 ธนาคาร นอกจากนี้ ธนาคารยังมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) ณ ปี 59 อยู่ที่ 134.3% สูงเป็นอันดับสองในกลุ่มธนาคารใหญ่รองจาก BBL เราคาดกำไรจะเติบโต 8.1% ในปี 60 หลังจากทรงตัวเพียง 0.9% ในปี 59 ก่อนที่จะเร่งตัวเติบโต 11.4% ในปี 61 หุ้นดังกล่าวยังให้อัตราเงินปันผลตอบแทนที่เหมาะสมที่ 3.6%Price Pattern ของ SCB มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal โดยเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ SCB พบว่าราคาได้ขึ้นมาทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 165.00 บาทพอดิบพอดี ทั้งนี้หาก Price Pattern ของ SCB ยังมีความแข็งแกร่งที่มากพอ และสามารถปรับตัวขึ้นไปปิดตลาดเหนือ 165.00 บาทได้สำเร็จ จะทำให้ Price Pattern ของ SCB มีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 179.00 บาท ทั้งนี้ SCB มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 153.50 บาท (Resistance: 165.50, 166.00, 167.00; Support: 164.50, 163.50, 163.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนยังเดินต่อ รมว.คมนาคมคาดการก่อสร้างระบบรางร่วมพัฒนาไทย-จีน น่าจะดำเนินการได้ช่วง ก.ค.-ส.ค. หลังคณะกรรมการได้ข้อสรุปเกี่ยวการออกแบบก่อสร้างและเรื่องวัสดุและได้ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียด กระบวนการประมูลจะจัดเป็นสองส่วนคือเส้น 3.5 ก.ม.จากสถานีกลางดงไปปางอโศก จังหวัดนครราชสีมาและ 11 ก.ม. จากปากช่องไปสีคิ้ว (Bangkok Post)
• ใช้จ่ายกว่า 8 พัน ลบ. ช่วงสงกรานต์โฆษกรัฐบาลระบุ เม็ดเงินราว 8-16 พัน ลบ. หมุนเวียนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ห้าวัน เพิ่มขึ้น 12-14% เพราะกำลังซื้อที่มากขึ้นจากราคาพืชผลดีขึ้นและสถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้น (Bangkok Post)
• กนง. ระบุนโยบายการเงินผ่อนคลายยังจำเป็น จากรายงานการประชุมที่แก้ไขแล้วของการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อ 29 มี.ค. ระบุว่าคณะกรรมการเห็นร่วมกันว่านโยบายการเงินต้องผ่อนคลายเพียงพอเพราะเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงเติบโตช่วงแรกและยังไม่ได้ฟื้นในวงกว้าง อย่างไรก็ดีคาดกว่าแนวโน้มข้างหน้าเป็นเชิงบวกหนุนโดยการฟื้นของภาคส่งออกเป็นหลัก (Bangkok Post)ความเห็น: กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% ตลอดปี 2560 นี้
• บริษัทอสังหาฯ นำเงินลงอีอีซี สะท้อนจากการเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยรวมมูลค่ากว่า 2 แสน ลบ. ในชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทราตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในบริเวณระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) มีสิทธิประโยชน์จูงใจนักลงทุนในอีอีซีหลายประการ เช่น การลดภาษีบุคคลลงมาเป็น 17% การเช่าที่ดินได้ยาวถึง 50 ปีและการหมุนเวียนเงินตราต่างประเทศเสรีในสามจังหวัดนี้ (The Nation)ความเห็น: เราคาดว่าเงินทุนไหลเข้าระยะยาวน่าจะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและดึงการลงทุนและการบริโภคจากหลายอุตสาหกรรมรวมถึงการจ้างงานและการเติบโตของเศรษฐกิจ
• DTAC (43.25 บาท, ขาย, ราคาเป้าหมาย AWS ปี 60 31 บาท) กสท. โทรคมนาคมหวังว่าจะเข้าร่วมการแชร์เครือข่ายกับ DTAC ในรูปการร่วมทุนได้ในปีนี้ กสท. ได้ลงนามใน MoUกับ DTAC ไว้เมื่อปลายปี 58 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนและพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคมหลังระบบสัมปทานจะหมดอายุใน ก.ย. 61 บอร์ด กสท. เห็นชอบในรายละเอียดเกี่ยวกับแผนร่วมทุนเมื่อต้นปี 59 DTAC จะต้องลงทุนเกือบ 1 หมื่น ลบ. เพื่อแลกกับสัดส่วนการถือหุ้น 51% ขณะที่ CAT ไม่ต้องลงทุนเพิ่มก็ได้ถือหุ้น 49% (Bangkok Post)ความเห็น: ข่าวนี้เป็นบวกเพราะการร่วมทุนจะทำให้ DTAC มีเครือข่ายแทนที่จะต้องไปวางเครือข่ายเพิ่มเอง ทำให้มีความต่อเนื่องทางธุรกิจหลังสัมปทานหมดอายุ
ต่างประเทศ:
• เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธเมื่อวันอาทิตย์และเกิดระเบิดเกือบทันที กองบัญชาการแปซิฟิคสหรัฐเผย เกาหลีเหนือล้มเหลวในการยิงขีปนาวุธจากชายฝั่งตะวันออก โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนของพันธมิตรสำคัญอย่างจีน การยิงขีปนาวุธดังกล่าวเกิดขึ้น 1 วันหลังจากเกาหลีเหนือได้จัดการเดินสวนสนามทางการทหารครั้งใหญ่ในเมืองหลวง ในวันครบรอบวันเกิดของนายคิม จองอิล ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ซึ่งเกาหลีเหนือต้องการแสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธนำวิถีระยะไกลรุ่นใหม่เป็นอย่างไร (Reuters)
• ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากความตึงเครียดที่มากขึ้นในคาบสมุทรเกาหลีได้บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลก มีรายงานข่าวว่าเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาสหรัฐได้ทิ้งระเบิด “Mother of All Bombs” ซึ่งอาวุธที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดนับแต่ที่สหรัฐในเคยปล่อยมาในการสู้รบในอัฟกานิสถานซึ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวลไปทั่วโลก (Reuters)
• ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดในวันนี้คือข้อมูลเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในเวลา 0200 GMT รวมทั้ง GDP ไตรมาส 1/60 นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.8% YoYในระดับเดียวกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าเป้าที่จีนตั้งไว้ว่าจะขยายตัวที่ 6.5% ในปีนี้(Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนเทียบกับเงินเยนในเช้าวันนี้ เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเกาหลีเหนือทำให้เกิดความต้องการเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง0.3% อยู่ที่ระดับ 108.235 เยน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่กลางเดือน พ.ย. ส่วนเงินยูโรและเงินปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนเช่นกันอยู่ที่ระดับ 114.955 เยน และ 136.05 เยน ตามลำดับ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ลดลง 0.1% อยู่ที่ระดับ 100.470 (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการเมื่อวันศุกร์ เนื่องในวัน Good Friday(Reuters)
• ทรัมป์เผยว่าจีนกำลังทำงานร่วมกับสหรัฐเกี่ยวกับปัญหาเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยอมรับว่าเคยกล่าวหาว่าจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงิน โดยได้ระบุในทวิตเตอร์ว่าจีนกำลังช่วยแก้ไขปัญหาในเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่า “ทำไมผมถึงต้องเรียกจีนว่าเป็นประเทศปั่นค่าเงิน ในเมื่อพวกเขากำลังร่วมมือกับเราในการแก้ไขปัญหาในเกาหลีเหนือ” (Reuters)
• ยอดค้าปลีกสหรัฐลดลงติดต่อกัน 2 เดือนในเดือนมี.ค. หนุนความเห็นที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 1/60 ยอดค้าปลีกสหรัฐลดลง 0.2% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกและลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.2% นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกลดลง 0.1% ในเดือนมี.ค. (Reuters)
• ดัชนี CPI ลดลง 0.3% ในเดือนมี.ค. ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนก.พ. 59 เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงสำหรับน้ำมันและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หักกลบกับค่าเช่าและราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% ในเดือนก.พ. ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือนมี.ค. ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.4% ชะลอจากเดือนก.พ. ที่เพิ่มขึ้น 2.7% ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ลดลง 0.1% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ลดลงมากที่สุดนับแต่เดือนม.ค. 53 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ. จึงเป็นผลให้ การเพิ่มขึ้น YoYชะลอตัวอยู่ที่ 2.0% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับแต่เดือนพ.ย. 58 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนก.พ. ทั้งนี้ เฟดได้ตั้งเป้าเงินเฟ้อไว้ที่ 2% และได้ติดตามภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่อัตรา 1.8% (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดยุโรปส่วนใหญ่ปิดทำการในวันศุกร์ที่ 13 และวันจันทร์ที่ 17 สำหรับวันศุกร์ประเสริฐและวันหยุดอีสเตอร์ (Reuters)
• ความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งฝรั่งเศส โพลสำรวจความคิดเห็นเผยว่าสี่ผู้นำของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้แก่ Emmanuel Macron, Marine Le Pen, Francois Fillon, และ Melenchonมีคะแนนความนิยมออกมาใกล้เคียงกันก่อนการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 23 เม.ย. นี้ นอกจากนี้ โพลเผยว่า Macron จะชนะ Le Pen ในศึกระหว่างสองผู้ชิงตำแหน่งในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ความเป็นไปได้ของการเลือกตั้งรอบสองระหว่าง Le Pen และ Melenchonซึ่งทั้งสองต่างเสนอในการทำประชาพิจารณ์เรื่องการเป็นสมาชิกของฝรั่งเศสใน EU ต่างทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือน Brexitอีกครั้งหนึ่ง (Reuters)
• ประธานาธิบดีตุรกี TayyipErdoganคว้าชัยชนะในการทำประชาพิจารณ์ ทำให้เขามีฐานเสียงมากขึ้นในการเมืองตุรกี (Reuters)
เอเชีย:
• รายงานก.คลังสหรัฐชี้ประเทศในเอเชียไม่ถูกตราหน้าว่าแทรกแซงค่าเงินแล้ว แต่ยังจับตาเฝ้าดูอุปสรรคทางการค้าอื่นเพราะประธานาธิบดี Trump ยังต้องการจัดการเรื่องการขาดดุลการค้าอยู่ โดยจีน เกาหลีใต้และไต้หวันยังอยู่ในรายชื่อที่ต้องจับตาเรื่องการจัดการค่าเงิน Trump ลดท่าทีที่แข็งกร้าวต่อการค้ากับจีนเพราะมองว่าจีนจะเป็นคนช่วยแก้ปัญหาเรื่องคาบสมุทรเกาหลีได้ (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ตลาดน้ำมันปิดวันศุกร์เพราะเป็นวันหยุดในหลายประเทศ(Reuters)
• ทองคำใกล้จุดสูงสุดรอบห้าเดือนวันศุกร์ และบวกรายสัปดาห์ในรูปร้อยละมากสุดนับแต่ เม.ย. ปีที่แล้วเพราะดอลลาร์อ่อนค่าและความกังวลการเมืองระหว่างประเทศในตะวันออกกลางและเกาหลีเหนือทำให้มีความต้องการต่อสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำตลาดจรคงที่ปิด 1,287.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ไม่ค่อยมีการซื้อขายเพราะเป็นวันหยุดในหลายประเทศ ทองคำแตะจุดสูงสุดนับแต่ต้น พ.ย. ที่ 1,288.64 ดอลลาร์ในช่วงวันทำการก่อนหน้า รายสัปดาห์บวกไป 2.7% ในสัปดาห์นี้ (Reuters)









