วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักท่องเที่ยวจีนดันตลาดออนไลน์บูม

รูปแบบการท่องเที่ยวที่ปรับสู่ตลาดเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มากขึ้น ส่งผลให้ “ตลาดออนไลน์” ได้รับความนิยมตามมา

ผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยว ต่างเกาะติดความเคลื่อนไหวและปรับตัวเข้ากับกระแสความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ “ตลาดจีน” ที่วันนี้เริ่มพลิกโฉมจาก “กรุ๊ปทัวร์” สู่การเดินทางเองมากขึ้น

อลิสา พันธุศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และกรรมการบริหารโรงแรมและรีสอร์ตในเครือบริษัทวู้ดแลนด์ ประเมินสถานการณ์ตลาดลูกค้าจากออนไลน์ ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าที่เข้าชมโชว์ของทิฟฟานี ในอดีตอาจจะมีตลาด FIT เพียง 20%แต่ปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นเป็น 60% ขณะที่ลูกค้าจากบริษัทค้าส่งทัวร์ (Wholesale)รายใหญ่มีสัดส่วนเพียง 10% บ่งบอกถึงการกระจายแหล่งที่มา ซึ่งมีช่องทางออนไลน์เป็นผู้เล่นสำคัญในการส่งต่อลูกค้าให้กับสถานประกอบการต่างๆ

โดยเฉพาะตลาดจีน ที่ลูกค้าเริ่มเข้าถึงออนไลน์มากขึ้น มีออนไลน์ ทราเวล เอเยนต์ (โอทีเอ) ที่เข้ามาทำตลาดร่วมกับธุรกิจท่องเที่ยวของไทยกว่า 20 รายในปัจจุบัน และทิฟฟานีมีพันธมิตรโอทีเอในตลาดจีนที่แอคทีฟร่วมเจาะตลาด FIT อยู่ประมาณ 10 ราย ส่งผลให้การแสดงโชว์ 3 รอบๆ 1,000 ที่นั่ง มีลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาต่อเนื่อง

“ลูกค้าคนจีนยังเป็นตลาดหลักของทิฟฟานี สัดส่วนราว 70% ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือในจำนวนดังกล่าวมีถึง 60% ที่จองเข้าชมมาเองผ่านช่องทางออนไลน์ของพันธมิตรที่บริษัทไปวางเครือข่ายทำการตลาดไว้ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนไปมากในปัจจุบัน”

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการทำตลาดออนไลน์คือ“ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าระยะยาว” เพราะพฤติกรรมการจองกระชั้นชิด จะเห็นอัตราลูกค้าที่แท้จริงก็เฉพาะช่วง 2-3 วันล่วงหน้าเท่านั้น 

นอกจากนั้น หากเป็นการแข่งขันในส่วนของโรงแรม การเข้ามาเล่นตลาดออนไลน์ ยังมีความได้เปรียบเสียเปรียบของชื่อชั้นแบรนด์พอสมควร โดยโรงแรมที่บริหารโดยเชนระดับนานาชาติ ก็จะยังคงได้เปรียบในการแข่งขันกว่าโรงแรมไทยที่บริหารเอง ซึ่งที่ผ่านมาโรงแรมในเครือวู้ดแลนด์ ฉีกแนวทางตลาดไปจับกลุ่มที่แตกต่าง เช่น ตลาดยุโรปผ่านเอเยนต์ เจาะกลุ่มเซกเมนต์กลุ่มคนเกษียณอายุที่มีระยะพำนักยาวนาน เป็นต้น

อลิสา กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ อัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 80%ซึ่งยังอ่อนตัวกว่าช่วงปกติของเทศกาลนี้ซึ่งที่พักควรจะเต็ม 100% เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าคนไทยจะหันมาจองในวินาทีสุดท้ายมากขึ้น โดยจะประเมินสถานการณ์รอบข้างก่อนตัดสินใจ เช่น ติดตามสภาพการจราจร และบรรยากาศการเดินทางว่าเอื้ออำนวยความสะดวกมากเพียงใด

“แม้ว่าตลาดจะพัฒนาช่องทางการเข้าถึงจุดหมายอย่างไร แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือตัวจุดหมายท่องเที่ยวเอง ซึ่งจะเป็นตัวดึงดูดตลาดได้ดีที่สุด ที่ผ่านมาพัทยาเริ่มมีสถานการณ์ท่องเที่ยวดีขึ้นจากการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ภาวะตลาดก็ยังผันผวนขึ้นลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจัดระเบียบเรื่องการเดินทางที่ยังไม่ดีพอ ทำให้คนจากต่างจังหวัดต้องคิดให้ถี่ถ้วน เพราะไม่ต้องการมีปัญหาด้านการจราจร"

ด้านสมชาย มีศรี ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ในเครือเซนเตอร์ พอยต์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดจีนที่ใช้ช่องทางออนไลน์จองห้องพักเข้ามา เริ่มเติบโตแรงมาก โดยมีโอทีเอชั้นนำในประเทศอย่าง “ซีทริป” มีส่วนสำคัญในการผลักดันยอด ขณะที่โรงแรมในเครือบางแห่ง ก็จะมีตลาดออนไลน์จากโอทีเอ 3 รายใหญ่ ได้แก่ อโกด้า, บุ้คกิ้งดอทคอม และเอ็กซพีเดีย ในสัดส่วนมากน้อยต่างกันไป

สำหรับส่วนแบ่งตลาดโอทีเอของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ในปัจจุบันอยู่ที่ 40%ขณะที่การจองตรงผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมอยู่ที่ 10%โดยในอีก 3 ปีต่อไปนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มสัดส่วนของการจองตรงกับโรงแรมผ่านออนไลน์เป็น 15-20%

สมชาย กล่าวด้วยว่า ในระยะยาวตลาดออนไลน์ก็จะยังขยายตัวต่อไปอีก เพราะหากมองย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วในธุรกิจโรงแรม ตลาดอาจจะถูกครอบครองด้วยเอเยนต์ทัวร์ แต่ปัจจุบันจากที่ครองสัดส่วนกว่า 100%ก็อาจจะเริ่มลดลงเหลือ 70%หรือต่ำกว่านั้น หลีกทางให้กับออนไลน์ หรือ กระทั่งเอเยนต์ทัวร์บางรายเองที่ต้องปรับตัว หันมาทำออนไลน์แบบบีทูบี (Business-to-Business)มากขึ้นเพื่อตอบรับกับกระแสนักท่องเที่ยวที่พึ่งพาการนำเที่ยวน้อยลง

ขณะเดียวกัน สายการบินโลว์คอสท์ ก็หันมาจับมือกับโอทีเอมากขึ้น เพื่อขยายช่องทางเข้าถึงลูกค้า อาทิ สายการบินในเครือสกู๊ต ซึ่งประกาศเป็นพันธมิตรกับสกายสแกนเนอร์ เสิร์ชเอ็นจิ้น หรือ บริการค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และรถเช่าออนไลน์ ในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการค้นหาและจองเที่ยวบินสู่ 23 เมืองทั่วเอเชียแปซิฟิก บนเว็บไซต์และแอพลิเคชั่นของสกายสแกนเนอร์ โดยตรง