Largest Private Dental Center
ประเด็นการลงทุน
เราเริ่มคำแนะนำ “ซื้อ” D ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท (อิงจาก P/E ของหุ้นที่กลุ่มโรงพยาบาลที่เทรดราว 35 เท่า) โดยจุดเด่นคือ คาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 27%/ปี (CAGR ในช่วง 2016-19) สูงกว่ากลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็กด้วยกันที่โตเฉลี่ย 20-26% และจุดแข็งในธุรกิจมาจาก 1) บริษัทเป็นผู้นำด้านทันตกรรมแบบครบวงจร ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์การแพทย์ 2) บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติสูงกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้า high margin เพราะเป็นการให้บริการแบบเฉพาะ เช่น ทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมประดิษฐ์ เป็นต้น จึงทำให้การปรับราคาสามารถทำได้ไม่ยากและอัตรากำไรมีแนวโน้มที่สูงขึ้น 3) โอกาสขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มปีละประมาณ 3-4
สาขา จากปัจจุบันที่บริษัทมี 12 สาขา รวม 64 ห้องตรวจ
เรามองบริษัทเทียบเคียงกับโรงพยาบาลราชพฤกษ์ (RPH) ที่มีขนาดประมาณ 55 เตียง และกำไรราว 60-70 ล้านบาท/ปี ซึ่งหุ้นเทรดบน P/E ราว 40 เท่า คาด D ซึ่ง P/E เพียง 22 เท่า และมีจำนวนเตียงและกำไรที่ใกล้เคียงกัน คาดราคาหุ้นมีโอกาส Re-Rate valuation ขึ้นไปเทียบเท่าได้
ผู้นำด้านทันตกรรม เติบโตตามอุตสาหกรรมที่สดใส
บริษัทเป็นผู้นำด้านการให้บริการทางทันตกรรมแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งมีรายได้รวมของกลุ่มเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมที่ 418.56 ล้านบาท (ในปี 2015) และในปี 2016 มีการเติบโตเป็น 441 ล้านบาท เราคาดรายได้ของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 13.5%/ปี ในช่วง 2016-19 (CAGR) คาดได้ปัจจัยหนุนจากทั้งการปรับราคา ปริมาณลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในสาขาเดิม และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มปีละประมาณ 3-4 สาขา จากปัจจุบันที่บริษัทมี 12 สาขา เป็นศูนย์ทันตกรรมจำนวน 2 สาขา และคลินิกทันตกรรมจำนวน 10 สาขา รวม 64 ห้องตรวจ
ฐานลูกค้ามีกำลังซื้อสูง หนุนจุดแข็งธุรกิจ
บริษัทมุ่งเน้นที่จะทำตลาดกับกลุ่มลูกค้า กลาง-บน และลูกค้าต่างชาติด้วยจุดแข็งคือ ศูนย์ BIDC ได้รับ มาตรฐาน JCI (ซึ่งเป็นที่ยอมรับและรู้จักดีในกลุ่มชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปและอเมริกา) จึงเป็นปัจจัยหนุนให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงมาโดยตลอด โดยใน 3 ปีล่าสุดสูงถึง 33%-37% และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา BIDC และสาขาที่ภูเก็ต มีสัดส่วน
รายได้ของชาวต่างชาติของเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 67% และ 98% ตามลำดับ
อนาคตสดใส คาดกำไรเติบโตสูง
เราคาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 27%/ปี (CAGR ในช่วง 2016-19) โดยคาดกำไรในปี 2017-19 ที่ 54, 71, และ 88 ล้านบาท จากแนวโน้มรายได้โตเฉลี่ย 13.5%/ปี จากจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และรวมทั้งการปรับราคาขึ้นคาดทำได้ไม่ยาก เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าตลาด กลาง-บน รวมทั้งการขยายสาขาใหม่ปีละ 3-4 สาขาด้วย นอกจากนี้คาด อัตรากำไร
สุทธิอยู่ที่เฉลี่ย 3 ข้างหน้าจะขยายตัวขึ้นเป็นประมาณ 12.4% (จากอัตรากำไรสุทธิปี 2016 อยู่ที่ 9.6%) จากการประหยัดต่อขนาด และการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้เห็นแล้วว่าบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 2014-15 ขึ้นมาเป็น 37% ในปี 2016









