วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ถือ

มูลค่าหุ้นเริ่มเข้าสู่ระดับน่าลงทุน แต่แผนการลงทุนรอบใหม่ยังหลอกหลอนอัตรากำไรอยู่

ประเด็นการลงทุน

ราคาหุ้น BDMS ณ ปัจจุบัน สะท้อนถึงมูลค่าหุ้นที่เริ่มเข้าสูงระดับน่าสนใจลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนระยะยาว โดยซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2560 ที่ 35.3 เท่า เริ่มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยธุรกิจการแพทย์โลกที่ 36.6 เท่า อย่างไรก็ตามสิ่งที่ขาดไปคือเรามองว่ายังไม่มีปัจจัยเชิงบวกที่มันัยสำคัญในระยะสั้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการปรับลดประมาณ
การกำไรของตลาด (เราประมาณการกำไรหลักปี 2560 เชิงอนุรักษ์นิยมมากกว่าตลาดถึง 13%) ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายวิธีคิดลดกระแสเงินสด DCF ณ สิ้นปี 2560 ที่ 22 บาท อ้างอิงจากค่า WACC ที่ 6.5% และ terminal growth rate ที่ 2.0% ทั้งนี้วัฏจักรการลงทุนใหม่จะกดดันอัตรากำไรในระยะกลาง

โครงการลงทุนใหม่จ่อคิว

ข้อมูลล่าสุดซึ่งน่าจะเป็นเชิงลบในระยะสั้นโดยเป็นการตอกย้ำถึงอัตรากำไรที่น่าจะยังได้รับความกดดัน (ประกาศเมื่อวันที่ 7 มี.ค.) คือ โรงพยาบาลอินเตอร์เนชั่นแนล สร้างใหม่จำนวน 100 เตียง ที่ซอยศูนย์วิจัย เพื่อรองรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ (ส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น, ตะวันออกกลาง, บังคลาเทศ, กลุ่มประเทศ CLMV, จีน และสหราชอาณาจักร) คาดว่าจะสร้างเสร็จเปิดปี 2562 โดยมีมูลค่าการลงทุน 1.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 16 ล้านบาทต่อเตียง ซึ่งถือว่าไม่ถูกนัก โดยตึกใหม่นี้จะเป็นการระบายศูนย์บริการผู้ป่วยชาวต่างชาติจซึ่งปัจจุบันใช้
บริการอยู่ที่โรงพยาบาลวัฒโนสถ ซึ่งเป็นศูนย์บริการผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อที่จะให้ตึกวัฒโนสถ สามารถรองรับการเติบโตระยะยาวของอุปสงค์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จำนวน 52 เตียง หรือที่เรียกว่า Chiva Transitional Care Hospital จะเปิดให้บริการในปี 2560 นี้ จากนั้นบริษัทมีแผนเปิดโรงพยาบาลสร้างใหม่ที่เชียงราย, โครงการฟีนิกซ์ และและการขยายพื้นที่ให้บริการในโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ซึ่งคาดจะเปิดให้บริการในปี 2561

Wellness Center เลื่อนเปิดจากกลางปี 2560 เป็นปลายปี 2560

กำหนดการเปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยนอกของ BDMS Wellness Clinic ซึ่งเป็นศูนย์ให้บริการสุขภาพป้องกันแบบควรวงจร ตั้งอยู่ที่โรงแรมสวิส โซเทล ปาร์ค นายเลิศเดิม ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปลายปี 2560 จากช่วงกลางปี 2560 โดยต้นทุนการลงทุนของโครงการมีขนาดใหญ่อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท (แบ่งเป็นที่ดิน 1.1 หมื่นล้านบาท และสำหรับปรับปรุง
อาคารสำนักงานเพื่อเป็นแผนกผู้ป่วยนอกอีก 2 พันล้านบาท) โดยบริษัทจะแบ่งบางส่วนของโรงแรมที่มีจำนวนทั้งหมด 380 เตียงให้กับสมาชิกคลีนิก ที่เป็นผู้ป่วยใน (ผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น) โดย BDMS ตั้งเป้าหมาย จำนวนสมาชิกที่ 50 คนในปีแรกและ 500 คนในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยโครงการนี้บริษัทวางแผน EBITDA จะไม่ติดลบในปี 2562 และกำไรสุทธิ
จะไม่ขาดทุนในปี 2563 โดยมีอัตราผลตอบแทนโครงการ (IRR) ที่ 14.5% กอปรกับระยะเวลาคืนทุนที่ 9 ปี โดยเรามองว่าการเปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยนอกที่ล่าช้าออกไปอาจเป็นข่าวดีระยะสั้นที่จะช่วยลดภาระต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาส2/60 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นไปได้มากทีเดียว

อัตรากำไรกดดันในระยะกลาง

ผู้บริหารตั้งใจรักษาระดับ EBITDA margin อยุ่ที่ 21-22% ในปี 2560 หลังจากที่ปรับตัวลดลงในปี 2559 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจะถูกกดดันจากรอบการลงทุนในระหว่างปี 2560-2562 โดยเราคาดอัตรากำไรหลักจะปรับตัวลงเล็กน้อยจาก 12.6% ในปี 2559 มาอยุ่ที่ 12.4% ในปี 2560 ในขณะที่ตลาดคาดสูงกว่ามากที่ 14.2 ทั้งนี้เรายังคงประมาณการรายได้ธุรกิจการแพทย์เติบโต 10% สำหรับปี 2560 ซึ่งเป็นไปตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3 เท่าของการเติบโตของ GDP เศรษฐกิจไทย (เราคาด GDP ไทยเติบโต 3.5% ในปี 2560)

ก่อหนี้มากขึ้นบ้าง แต่ไม่มีความเสี่ยงในการเพิ่มทุนอย่างมีนัยสำคัญ

จากวัฏจักรการลงทุนใหม่ในปี 2560-2562 คณะกรรมการได้อนุมัติการออกหุ้นกู้จากวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท มาเป็นไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท โดยเราคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ อาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.5 เท่า ณ สิ้นปี 2559 มาอยุ่ที่ 0.6 เท่า ณ สิ้นปี 2560 หากแต่ซึ่งต่ำกว่านโยบายการควบคุมภายในที่ 1.0 เท่า และข้อกำหนดของสถาบันการเงินและเจ้าหนี้ทางการเงินของบริษัทที่ไม่เกิน 1.75 เท่า อยู่มาก นอกจากนี้สำหรับล่าสุดที่คณะกรรมการอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนสูงสุดที่ไม่เกิน 5% โดยผ่านการเสนอขายในวงจำกัดหรือขายหุ้นสามัญ นั้นเรามองว่าจะเกิดขึ้นจริงก่อเมื่อมีแนวโน้มการเข้าซื้อและควบรวมกิจการเพิ่มขึ้นเท่านั้น