วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (9 มี.ค.60)

ราคาโภคภัณฑ์ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด

เราคาดการฟื้นตัวของหุ้นไทยจากวานนี้ ยังอยู่ในระดับที่จำกัด โดย SET Index ยังมีโอกาสถูกกดดันให้อ่อนตัวลง เนื่องมาจากราคาโภคภัณฑ์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่เมื่อคืนนี้ปรับลดลงแรงถึง 5% จากปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 9 สัปดาห์ และค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่แข็งค่าอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเรามองหุ้นบางกลุ่มแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม การกลับมาอ่อนค่าของเงินบาท เป็นปัจจัยสนับสนุน กลุ่มส่งออก (อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์) ขณะที่หุ้นธนาคารคาดจะเป็นหุ้นนำตลาดในรอบต่อไป // หุ้นแนะนำ SCB, TU, SAPPE / เก็งกำไร AJD*, TTA*

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ – ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 298,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง สนับสนุนมุมมองการปรับขึ้นดอกเบี้ย และทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น (หรือราคาพันธบัตรลดลง)

โภคภัณฑ์ – การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ กดดันต่อราคาโภคภัณฑ์โดยรวม โดยราคาน้ำมันดิบลดลง 5% จากสต็อคน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น โลหะมีค่าและสินค้าเกษตรทรงตัว ขณะที่ดัชนี ค่าระวางเรือ BDI ปิ ดวันทำการล่าสุดที่ 1,045.00 จุด เพิ่มขึ้น 12.00 จุด หรือ 1.16%

กลุ่มเช่าซื้อ – วานนี้ปรับตัวลดลงแรงจากความกังวลต่อความโปร่งใสของธุรกรรมการกู้ยืมของ GL กับบริษัทย่อยและลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตถึงความมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานรวมถึง 38% ของกำไรสุทธิ ขณะที่การตั้งสำรองหากไม่นับหุ้นของ GL ที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะทำให้มีหลักประกันเพียง 53-60% ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงทำกำไรโดยทั่วไปในกลุ่มเช่าซื้อ

สำหรับปัจจัยติดตามที่สำคัญ: 10 มี.ค. – การจ้างงานนอกภาคเกษตร (สหรัฐฯ) / 14-15 มี.ค. – ประชุมเฟด (สหรัฐฯ) / มี.ค. – ธปท.ปรับเพิ่ม GDP ปี 2560 (ไทย)

คำแนะนำทางกลยุทธ์: คาดตลาดแกว่งตัวในกรอบ 1530-1550 จุด ซึ่งเรามองราคาโภคภัณฑ์อาจกดดัน SET Index อ่อนตัวลงใกล้ 1530 จุด อีกครั้ง ซึ่งเรามองเป็นจุดเสี่ยงซื้อ // สำหรับหุ้น top pick วันนี้ SCB, TU, SAPPE / เก็งกำไร AJD*, TTA*

แนวรับ 1540-1545/แนวต้าน : 1555-1560 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์

- ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) บวกต่อ AMATA, WHA, TICON, JWD*, EASTW*

- หุ้นที่มีการเติบโตปี 2560 เด่น: TU, MAJOR, SQ, BANPU

- หุ้นที่ผลงานผ่านจุดแย่สุด: MAJOR, SGP*, SIMAT*, JWD*, TSR* TU

- กลุ่มการเงินที่ Valuation สมเหตุผล: SCB, TK*, S11*, AMNAH*, GCAP*

- หุ้นเด่นปี 2560: BANPU, PTTEP, SCB, TU, STEC, DTAC*, PSTC*, KSL*, BA*
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH หรือหุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)

หุ้นแนะนำ

- SCB (172) : หุ้น Laggard ในกลุ่มธนาคาร เรามองการตั้งสำรองปี 2560 จะลดลง อันเนื่องจากหนี้ SSI พ้นจาก NPL ขณะที่การปรับโครงสร้างของธุรกิจประกันส่งผลบวกต่อการดำเนินงานรวมถึงการปล่อยกู้

- TU (24.50) : กำไรปี 2560 เติบโต 16.6% สูงสุดในกลุ่มอาหาร ได้ปรับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต ความเสี่ยงในเรื่องต้นทุนที่เป็ นโภคภัณฑ์ตํ่ากว่าเนื้อสัตว์บก และไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไข้หวัดนกในยุโรปและเอเชีย

- SAPPE (40) : เข้าสู่ high season ของเครื่องดื่ม แนวโน้มผลประกอบการ 2560 สดใส ผลักดันจาก 1) การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 2) การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด 3) การเติบโตของยอดขายตปท.โดยเฉพาะจีนและ อินโดนีเซีย และได้ประโสชน์จากเงินบาทอ่อน

- AJD* (2) : ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นหลังตั้งด้อยค่า set top box ไปแล้วจำนวนมาก การแจกคูปองดิจิตัลทีวีรอบใหม่ของ กสทช. มีแนวโน้มส่งผลบวกต่อรายได้และกำไรจากกล่อง set top box อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยอดขายตู้เติมเงินยังคงเติบโตต่อเนื่อง

- TTA* (12) :แม้รายงานขาดทุนไตรมาส 4/59 แต่ค่าระวางเรือเข้าสู่ช่วง high season ขณะที่ราคาปัจจุบันยังตํ่ากว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 11.50 บาท อีกทั้งบริษัทยังมีเงินสดในมือรอการลงทุนอีกมาก หุ้นที่มีประเด็นเก็งกำไร ERW, TSR*, EASTW*, TIP*