จับตาว่าเงินจากตลาดพันธบัตรจะไปไหน?
จับตาว่าเงินจากตลาดพันธบัตรจะไปไหน?
เราคาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัว หลังความน่าจะเป็ นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดรอบมี.ค.สำรวจ โดย Bloomberg ประเมินโอกาสขึ้นบอกเบี้ยสูงถึง 94% อย่างไรก็ตามนักลงทุนรอติดตามปฏิกิริยาของตลาดต่างๆ แม้การขึ้นดอกเบี้ยจะกดดันต่อเงินทุนไหลออก แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือเม็ดเงินจากตลาดพันธบัตรซึ่งมีความเสี่ยงทางลบต่อการขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าจะถูกโยกย้ายไปไหน? ซึ่งหากถูกโยกย้ายเข้าตลาดหุ้นจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการ Rally รอบใหม่ได้ การลงทุนยังเป็นการเลือกซื้อแบบเจาะจงในกลุ่มที่ราคาและการเติบโตสมเหตุผล และผ่านจุดที่แย่สุดไปแล้ว อาทิ ธนาคาร เช่าซื้อ ท่องเที่ยว เดินเรือ // หุ้นแนะนำ BANPU / เก็งกำไร SAMTEL*, SITHAI*, TTA*
ตลาดประเมินเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมี.ค.- ประธานเฟดส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นมนการกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ Executive Club of Chicago โดยมองการปรับดอกเบี้ยขึ้นเป็นการเหมาะสม หากเศรษฐกิจขยายตัวสอดคล้องกับคาดการณ์ของทางเฟด โดยอัตราว่างงานและเงินเฟ้ อเข้าใกล้เป้าหมายของเฟด ทั้งนี้ความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบ มี.ค.สำรวจโดย Bloomberg ล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นถึง 94% หรือ ตลาดประเมินว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในรอบมี.ค.ค่อนข้างแน่นอน
EEC - นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เตรียมเสนอ 5 โครงการ ที่จะพิจารณาเปิ ดประมูลการลงทุนภายใน 8 เดือนข้างหน้า ให้ที่ประชุม คณะกรรมการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ครศ.) ที่มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนต่อโครงการ EEC บวกต่อ AMATA, WHA, TICON, JWD*, EASTW*
IUU – คณะทำงานของสหภาพยุโรปมีกำหนดตรวจประเมินปัญหาค้ามนุษย์และแรงงานทาสเดือนนี้ ซึ่งจากความคืบหน้าในด้านต่างๆทำให้ไทยมีโอกาสหลุดใบเหลือง ซึ่งจะบวกต่อกลุ่มอาหารทะเล และห้องเย็น ได้แก่
TU, JWD*, ASIAN* เป็นต้น
สำหรับปัจจัยติดตามที่สำคัญ: 6 มี.ค. –SUPER-W3 ซื้อขายวันสุดท้าย / 14-15 มี.ค. – ประชุมเฟด / มี.ค. – ธปท.ปรับเพิ่ม GDP ปี 2560
คำแนะนำทางกลยุทธ์: การฟื้นตัวยังจำกัดที่ 1570-1610ก่อนเฟดประชุม 14-15 มี.ค. โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือSET Index ต้องไม่กลับไปหลุด 1560 จุดและเรายังคงแนะนำระวัง de-rating ในหุ้นแพง (PER สูง) // สำหรับหุ้น top pick วันนี้ BANPU / เก็งกำไร JWD*, TTA*, TK*
แนวรับ 1560/แนวต้าน : 1570-1580จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์
- หุ้นที่มีการเติบโตปี 2560 เด่น: TU, MAJOR, SQ, BANPU
- หุ้นที่ผลงานผ่านจุดแย่สุด: MAJOR, SGP*, SIMAT*, JWD*, TSR* TU
- กลุ่มการเงินที่ Valuation สมเหตุผล: SCB, TK*, S11*, AMNAH*, GCAP*
- หุ้นเด่นปี 2560: BANPU, PTTEP, SCB, TU, STEC, DTAC*, PSTC*, KSL*, BA*
(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH หรือหุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)
หุ้นแนะนำ
- BANPU (26) : รายงานกำไรไตรมาส 4/59 ที่ 1.5 พันล้าน ดีกว่าที่ตลาดคาด คาดกำไร 2560 เติบโตโดดเด่น อีกทั้งผลการดำเนินงานปัจจุบันผันผวนน้อยลงจากการมีธุรกิจไฟฟ้ า (BPP)เป็นสัดส่วนถึง 35% และได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนจาก MSCIมีผลสิ้นก.พ.60 ช่วยจำกัดความเสี่ยงของหุ้น
- SAMTEL* (15) : กำไรผ่านจุดตํ่าสุดไปแล้วในปี 2559 (184 ล้านบาท) ทั้งนี้งานในมือ (Backlog) ณ สิ้นปี อยู่ที่ 9 พันล้านบาท (รับรู้ปี 60 ราว 50%) เมื่อรวมกับที่ผู้บริหารคาดจะเซ็นต์สัญญาได้อีก 1.2 หมื่นล้านบาท (รับรู้ปี 60 ราว 30%) ทำให้รายได้น่าจะโตขึ้นไม่ตํ่ากว่า 40% ขณะที่แนวโน้มกำไรดีขึ้น จึงทำให้กำไรน่าจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- SITHAI* (2.40) : กำไรผ่านจุดตํ่าสุด และมีแนวโน้มดีขึ้น คำสั่งซื้อกลุ่มบรรจุภัณฑ์ฟท้นตัวตามการอุปโภคบริโภค ขณะที่การขยายการผลิตที่เวียดนามในสินค้าที่รองรับโลจิสติกส์ จะแล้วเสร็จไตรมาส 2/60 อีกทั้งอยู่ระหว่างขยายไปยังประเทศอื่นในกลุ่ม CLMV
- TTA* (12) :แม้รายงานขาดทุนไตรมาส 4/59 แต่ค่าระวางเรือเข้าสู่ช่วง high season ขณะที่ราคาปัจจุบันยังตํ่ากว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 11.50 บาท อีกทั้งบริษัทยังมีเงินสดในมือรอการลงทุนอีกมาก หุ้นที่มีประเด็นเก็งกำไร JWD*, ERW, SAWAD*, SF*,SQ, AJD*









