วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TSE - ซื้อ

ย่อ เพื่อ กระโดด ให้สูงกว่าเดิม Sector

ประเด็นการลงทุน

เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.85 บาท (อิง SOTP ปรับขึ้นจากการรวมมูลค่าชีวมวลเข้ามา 0.85 บาท/หุ้น) เรามองว่าบริษัทมีโครงการที่รองรับการเติบโตทั้งระยะกลางและระยะยาวที่น่าสนใจมากขึ้น คาดกำไรจะเติบโตเฉลี่ย 30%/ปี ในช่วง 2017-19 (CAGR) แม้ระยะสั้นภาพปี 2017 กำไรจะดูแค่ทรงตัว แต่ในระยะกลางปี
2018 กำไรจะเติบโตสูงจากการเริ่มขายไฟฟ้าโครงการชีวมวล 3 โครงการรวม 22.2MW คาดหนุนกำไรเพิ่มขึ้นปีละ 180-220 ล้านบาท และสำหรับระยะยาวปี 2019 เป็นต้นไป คาดกำไรจะเติบโตจากโครงการโซล่าร์ที่ญี่ปุ่นเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการเริ่มขายไฟฟ้าโครงการขนาดเล็กก่อน และหลังจากนั้นจะเริ่มขายไฟฟ้าโครงการขนาดใหญ่ขนาด 155MW ที่มีการประกาศการลงทุนออกมาก่อนหน้านี้ จากการประเมินเบื้องต้น มูลค่าของโครงการนี้ ประมาณ 2.0-2.5 บาท/หุ้น (ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ) จากกำไรที่เติบโตสูงนั้นจะส่งผลให้ P/E ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 20 เท่า ในปี 2017 เหลือ 15 และ 12 เท่า ในปี 2018-19 ตามลำดับ

สรุปผลประกอบการ 4Q16 และ ปี 2016

บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 4Q16 ที่ 224 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 86%YoY และ 117%QoQ) มากกว่าคาดราว 90% เพราะรายได้พิเศษจากการบริหารจัดการโครงการชีวมวลจำนวน 222 ล้านบาท ภาพรวมปี 2016 บริษัทมีกำไร 618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปี 2015 ที่มีกำไร 527 ล้านบาท หลักๆเป็นเพราะรายได้พิเศษจากการบริหารจัดการโครงการชีวมวล หากไม่ รวมรายการดังกล่าว เรามองว่ากำไรหลักทรงตัวจากปี 2015 นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 0.11 บาท/หุ้น (XD 26/4/2017 และจ่ายวันที่ 17/5/2017)

ระยะสั้นปี 2017 คาดกำไรทรงตัว ...

เรามองว่าปี 2017 กำไรหลักของบริษัทจะทรงตัวที่ ราว 509 ล้านบาท เพราะบริษัทยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่ที่จะเริ่มขายไฟฟ้าเพิ่มในปีนี้ ซึ่งในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะขายไฟฟ้าจากโซล่าร์ญี่ปุ่นโครงการขนาดเล็กราว 4MW เท่านั้น และมองว่าดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเข้ามาชดเชยผลบวกจากการขายไฟฟ้าในโครงการใหม่ อย่างไรก็ดีสำหรับภาพระยะสั้นใน 1Q17 คาดกำไรสุทธิจะอ่อนตัวลง QoQ เพราะใน 4Q16 มีรายได้การจัดการด้านชีวมวลบันทึกครั้งเดียวเข้ามา แต่กำไรหลักคาดจะเติบโตได้ YoY จากการขายไฟฟ้าโซช่าร์ญี่ปุ่นในช่วง
2H16 ที่ผ่านมาราว 5MW

... ระยะกลาง 2018-19 เติบโตสูงด้วยชีวมวล ...

คาดผลประกอบการในระยะกลางจะได้อานิสงค์จากการเริ่มขายไฟฟ้าโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 แห่ง รวม 22.2MW คาดหนุนกำไรเพิ่มขึ้นปีละ 180-220 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรเติบโตเฉลี่ย 30%/ปี ในช่วง 2017-19 (CAGR) อิงตามแผนงานของบริษัท ที่จะ COD โครงหาร บางสวรรค์ กรีน กำลังการผลิต4.6MW ในช่วงต้นปี 2018 และต่อด้วยโครงการ ออสการ์ 1
และ ออสการ์ 2 โครงการละ 8.8MW ในช่วง 1Q18 และ 2Q18 ตามลำดับ โดยเราประเมินว่าโครงการชีวมวลจะทำกำไรได้ราว 8-10 ล้านบาท/MW/ ปี และเป็นส่วนเพิ่มมูลค่า 0.85 บาท/หุ้น (อิง DCF)


... และระยะยาวโซล่าร์ญี่ปุ่นหนุนการเติบโต

ในระยะยาว ปี 2020-21 โครงการโซล่าร์ที่ญี่ปุ่นจะเป็นปัจจัยหลักในการหนุนการเติบโต โดยบริษัทได้ประกาศการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าโซล่าร์ที่ญี่ปุ่น 155 MW มูลค่าการลงทุนราว 19,658 ล้านบาท โดยบริษัทจะร่วมทุนกับ STEC ในอัตราส่วน 60:40 (TSE:STEC) แหล่งเงินทุนมาจากเงินกู้สถาบันการเงิน และเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท และการออกหุ้นกู้ระยะสั้น

จากการประเมินเบื้องต้น ภายใต้สมมติฐานค่าไฟฟ้าแบบ FiT 36 เยน/หน่วย และสัดส่วน D/E ของโครงการที่ 80% คาดกำไรจะอยู่ประมาณปีละ 3-4 ล้านบาท/MW ดังนั้นโครงการ 155MW ประกอบกับสัดส่วนการถือหุ้นที่ 60% คาดจะหนุนกำไรให้เพิ่มขึ้นปีละ 279-372 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ฐานกำไรอยู่ปีละประมาณ 500 ล้านบาท คาดจะเป็นมูลค่าเพิ่มต่อหุ้นราว 2.0-2.5 บาท/หุ้น (ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ)