วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ทีวีบูรพา’ผนึกพันธมิตรปั้นคอนเทนท์

อุตสาหกรรมสื่อปัจจุบันยังมีปัจจัยความท้าทาย “คอนเทนท์ โปรวายเดอร์” ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี การแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภค  

ทำให้ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด พร้อมหาโอกาสเติบโต ภายใต้บิซิเนส โมเดลใหม่ 

    สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ประธาน บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด กล่าวว่าสถานการณ์แข่งขันสูงในธุรกิจสื่อและอุตสาหกรรมโฆษณาชะลอตัวช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสพสื่อผู้บริโภคในยุคดิจิทัล  ดังนั้นบริษัทจึงปรับแผนการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นขยายงานและหารายได้จาก 3 หน่วยธุรกิจมากขึ้น 

ประกอบด้วย คอนเทนท์ ดิจิทัล และ IMC (Integrated Marketing Communication) ทั้งการผลิตคอนเทนท์และให้บริการด้านการตลาดแบบครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า จากเดิมมีรายได้หลักจากธุรกิจมีเดีย หรือการขายโฆษณารายการทีวีเอง

แนวทางการดำเนินธุรกิจ จะเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมผลิตคอนเทนท์และทำงานกึ่งเอเยนซีมากขึ้น เช่น งานผลิตวีดิโอคอนเทนท์ วางแผนมีเดีย แคมเปญออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่ต้องการสื่อสารครบวงจร ทั้งด้านออฟไลน์ ออนไลน์และกิจกรรม

กลยุทธ์หลักปีนี้ คือ Content Everywhere การขยายงานในแพลตฟอร์มต่างๆมากขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่สื่อทีวี  เช่น ยูทูบ เฟซบุ๊ค เว็บไซต์ Sanook  รวมถึงขยายงานร่วมกับพันธมิตร“ทีวี”ช่องต่างๆ เช่น ช่อง7  NOW26 เอ็มคอท ตลอดจนการนำคอนเทนท์ไปรีรันผ่านเคเบิลทีวีและแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียม 

การขับเคลื่อนธุรกิจปีนี้ ใช้แนวทาง Partner Centric ทั้งกลุ่มเอกชนและหน่วยงานราชการ

พร้อมกันนี้ ทีวีบูรพา จะยึดหลัก White Marketing หรือการทำการตลาดแบบสีขาวในเชิงสร้างสรรค์ มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มการผลิตงานสร้างสรรค์ให้แก่ลูกค้า เพื่อผลลัพธ์ที่จะสะท้อนกลับไปสู่องค์กรได้จริง ประกอบด้วย Dramatic การนำเสนอเรื่องราวความเข้มข้นของชีวิต Real การนำเรื่องจริงมารวมถึงใช้นักแสดงที่เป็นบุคคลนั้นจริงๆมาถ่ายทอด Story Telling หรือการชูจุดแข็งการเล่าเรื่องของทีวีบูรพา รวมถึง Inspiration ที่จะต้องทำให้เรื่องราว หรือคอนเทนท์นั้น สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดู

ตัวอย่างโปรเจคใหม่ปีนี้ ประกอบ การผลิตคอนเทนท์รูปแบบต่างๆ เช่น สารคดีชุด Thai Wildlife รับจ้างผลิต ที่เริ่มออกอากาศ ช่อง7 โดยเป็นงานที่ต้องการต่อยอดการผลิตสารคดีเชิงธรรมชาติ เล่าเรื่องราวให้แตกต่างมากกว่าสารคดีทั่วไป 

ทั้งยังต่อยอดสู่โปรเจค Wildlife Series สารคดีธรรมชาติและสัตว์ป่า ที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ NOW26 ผลิตคอนเทนท์ แบ่งเป็น 4 ตอนหลัก คือ ตอนแดนอสรพิษ นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับงูชนิดต่างๆ ตอน คนหลงป่า เบื้องหลังของทีมงานที่เข้าไปใช้ชีวิตในป่า ตอนพลเมืองป่า เกี่ยวกับป่าประเภทต่างๆ และตอน Wet Land เรื่องราวพื้นที่ชุ่มน้ำต่างๆในไทย เตรียมออกอากาศในเดือน เม.ย.นี้ ปีนี้คาดว่าจะมีอีกหลายคอนเทนท์นำเสนอทาง NOW26 เพิ่มเติม

โปรเจค Wildlife Series วางแผนงานและใช้เวลาผลิตกว่า 1 ปี เป็นรูปแบบความร่วมมือระยะยาว โดย NOW26 สามารถนำคอนเทนท์ดังกล่าวมาออกอากาศซ้ำภายในระยะเวลา 3 ปี โดยบริษัทจะร่วมทำแคมเปญอีเวนท์เพื่อโปรโมทเพิ่มเติมผ่านสื่อต่างๆในเครือ นอกจากนี้จากการที่ช่อง NOW26 และบริษัทต่างมีพาร์ทเนอร์สารคดีในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสนำสารคดีที่ผลิตไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศได้อีกทางและแบ่งรายได้ร่วมกัน

“เรามอง NOW26 เป็นช่องสารคดีอันดับ1 ของประเทศ การจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันผลิตงานครั้งนี้ จะทำให้มีผู้ชมคอนเทนท์เรามากขึ้น ช่องจะมีเรทติ้งที่ดี ทั้งยังช่วยสนับสนุนผู้ผลิตสารคดีไทย”

นอกจากนี้ยังผลิตรายการ Selfie Project หรือกล้องลับ จับชีวิต ที่จะออกอากาศช่องเอ็มคอท เอชดี ทุกวันพฤหัส เวลา 22.34 -23.30 น. เริ่ม วันที่ 16 ก.พ.นี้  นำเสนอเรื่องราวติดตามชีวิตส่วนตัวของคนดัง หรือคนที่อยู่ในกระแสผ่านสื่อโซเชียล ทั้งยังเป็นคอนเทนท์ที่ทำคู่ขนาน First run ทางทีวีดิจิทัล และเผยแพร่แบบ Uncut ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งถือเป็นอีกรูปแบบคอนเทนท์ใหม่ที่บริษัทได้ขยายงานและเล่าเรื่องให้แตกต่างจากสารคดีทั่วไปในเครือ

ปีนี้คาดใช้งบลงทุนรวม  170 – 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 150 – 160 ล้านบาท  เน้นลงทุนกลุ่ม IMC  เป็นหลัก ที่จะมีกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐรวมกว่า 10 – 15 ราย การรุกหน่วยธุรกิจด้านคอนเทนท์ ดิจิทัล และ IMC มากขึ้น  คาดการณ์รายได้ปีนี้อยู่ที่ 250 ล้านบาท 

“ทีวีบูรพา ก้าวสู่ยุคผลัดใบ เป็นการทำงานของคนยุคถัดไป ที่มีความรู้ความเข้าใจการทำงานธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะยังคง DNA การเป็นสื่อสีขาว ที่มีความรับผิดชอบกับสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนตัวจะเปลี่ยนบทบาทช่วยสนับสนุนการทำงานและดูแลงานเบื้องหลังมากขึ้น” สุทธิพงษ์ กล่าว