"บัญชีกลาง"เร่งคลอดกฎหมายลูกพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ หวังทุกหน่วยงานใช้มาตรฐานเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ-ลดคอร์รัปชัน
สำหรับร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. .... ว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. .... เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2559
นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยความคืบหน้าดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอประกาศใช้อย่างเป็นทางการ และกรมบัญชีกลางได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อเร่งจัดทำกฎหมายลูกให้สอดคล้องครอบคลุมเนื้อหาในแต่ละมาตราของร่าง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ ให้แล้วเสร็จทันภายใน 180 วัน นับแต่ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดจะมีผลใช้บังคับประมาณเดือนส.ค.2560
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มุ่งเน้นเปิดเผยข้อมูลที่มีความโปร่งใส และเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงิน เน้นการวางแผนและประเมินผลให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต ที่สำคัญช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังได้นำข้อตกลงคุณธรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเน้นข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานเจ้าของโครงการ ผู้เสนอราคา และผู้สังเกตการณ์ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการนั้นๆ ซึ่งการเข้าร่วมสังเกตการณ์ จะเข้าร่วมตั้งแต่เริ่มจัดทำร่าง TOR จนถึงสิ้นสุดโครงการ และประชาชนทั่วไปยังสามารถติดตามตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างได้จากเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th อีกช่องทางหนึ่งด้วย
การจัดซื้อจัดจ้างร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะมีเพียง 3 วิธี คือ 1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป โดยการให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเข้ายื่นข้อเสนอ 2. วิธีคัดเลือก เข้าร่วมได้เฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 3 ราย ให้เข้ายื่นข้อเสนอได้ เว้นแต่ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามกำหนดน้อยกว่า 3 ราย และ 3. วิธีเฉพาะเจาะจง หน่วยงานภาครัฐเชิญผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดรายใดรายหนึ่ง ให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจราจาต่อรองราคากับหน่วยงานของรัฐโดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญการลงโทษผู้กระทำความผิด โดยกำหนดบทลงโทษทางอาญากับผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“กรมบัญชีกลาง เร่งจัดทำกฎหมายลูกให้สอดคล้องครอบคลุมเนื้อหา เพื่อให้แล้วเสร็จทันภายใน 180 วัน และเตรียมชี้แจงทำความเข้าใจ เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นมาตรฐานเดียวกัน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าสูงสุดกับภาครัฐ”









