"ลีสซิ่งกสิกร"ชี้ตลาดรถยนต์ปีนี้แนวโน้มปรับตัวดีขึ้น คาดขยายตัวครั้งแรกรอบ 5 ปี 2-7% หวังผู้ซื้อเปลี่ยนรถใหม่หลังโครงการรถยนต์คันแรกครบกำหนด
นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์มีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ 2-7% หรือมียอดขาย 785,000-825,000 คัน เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และโครงการรถยนต์คันแรก ที่ทยอยครบกำหนดครึ่งหลังปีนี้
สำหรับประเภทรถยนต์ที่มีโอกาสเติบโตได้ดี คือ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถหรูสัญชาติตะวันตก รถบรรทุก และรถกระบะแบบ 4 ประตู (Double Cab) โดยกลุ่มรถยนต์นั่งมีแนวโน้มขยายตัวโดดเด่น 3-8% หรือคิดเป็น 337,000-355,000 คัน จากการซื้อรถคันใหม่เมื่อครบกำหนดโครงการรถยนต์คันแรก และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค
ขณะที่ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีแนวโน้มเติบโตตามการลงทุนของประเทศ ทั้งการลงทุนจากโครงการภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้นและปัญหาภัยแล้งที่บรรเทาลง โดยคาดจะมีโอกาสขยายตัว 2-7% หรือคิดเป็น 448,000-470,000 คัน ซึ่งกลุ่มที่คาดมีแนวโน้มจะขยายตัวได้ดี คือ รถบรรทุกและรถกระบะทั้งแบบตอนเดียว (Single Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab)
ส่วนแนวโน้มตลาดรถยนต์มือสองปีนี้ จะมีทิศทางชะลอตัวลงจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มากขึ้น รวมถึงปริมาณรถจากโครงการรถยนต์คันแรกที่เข้าสู่ตลาดรถมือสองเพิ่มขึ้นทำให้โอกาสที่รถยนต์มือสองจะปรับขึ้นราคาทำได้ยาก
ด้านตลาดสินเชื่อรถช่วยได้ หรือการนำรถมากู้เงินยังมีแนวโน้มสดใส โดยคาดเติบโตต่อเนื่องด้วยตัวเลขสองหลักและมีระดับหนี้เสียต่ำ เพราะผู้ที่ขอสินเชื่อประเภทนี้ส่วนใหญ่มักมีศักยภาพที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์ได้และบางรายอาจใช้รถ เพื่อทำธุรกิจทำให้มีความเสี่ยงน้อยลง สถาบันการเงินต่าง ๆ จึงสนใจขยายตลาดดังกล่าว
สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ปีนี้ คาดว่ายังคงมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีกกว่า 17% หรือคิดเป็นยอดขาย 2.7 หมื่นคันจากยอดขาย 2.3 หมื่นคันในปี 2559 โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มรถรุ่นใหม่ ๆรวมถึงการขยายเซ็กเมนต์เพื่อตอบสนองลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น
ส่วนทิศทางของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของตลาดรวมปีนี้ คาดการณ์ว่า มีโอกาสฟื้นตัว 2-4% ส่วนการดำเนินธุรกิจปีนี้ของลีสซิ่งกสิกรไทย จะเน้นทำการตลาดในเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มรถยนต์นั่งและกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์และแคมเปญส่งเสริมการขายใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้างที่ 96,430 ล้านบาทและตั้งเป้าสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ไม่เกิน 1.82%
ส่วนผลประกอบการปี 2559 ว่า สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 79,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 9.72% แบ่งเป็นสินเชื่อใหม่เช่าซื้อและลีสซิ่งและสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียน 37,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้น19.21% และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 42,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.65%
สำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง มียอดรวม 90,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 2.28% ในขณะที่สภาพตลาดรถยนต์ในประเทศโดยรวมในปีที่แล้วยังหดตัวลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ 1.65% ส่งผลให้บริษัทมีกำไร 820 ล้านบาทเติบโต 25.19%








