วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (14 ก.พ.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังดอลลาร์แข็งสุดในรอบ 3 สัปดาห์และสหรัฐเตรียมเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่อง

- ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ ที่แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น หลังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่านโยบายการปรับลดภาษีของทรัมป์ จะช่วยส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยรายงานล่าสุดของ Baker Hughes พบว่าปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้น 8 แท่นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ระดับ 591 แท่น

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดในเดือน มี.ค. 60 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานในสหรัฐ (Shale Oil) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 80,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ประมาณ 4.87 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยการปรับเพิ่มขึ้นนำโดยแหล่งผลิต Permian ที่เพิ่มขึ้นกว่า 70,000 บาร์เรลต่อวัน

+ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปคที่สามารถลดกำลังการผลิตลงได้สูงถึงร้อยละ 93 ของข้อตกลง จากรายงานประจำเดือนของโอเปค พบว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของโอเปคในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 29.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตมากกว่าที่ได้ตกลงไว้ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตล่าสุดอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ สำหรับผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค ปริมาณการผลิตปรับลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปริมาณการผลิตของรัสเซียในเดือน ม.ค. ปรับลดลงประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันและคาดว่าจะลดลงได้ ตามเป้าหมายในเดือน เม.ย. 60 ในขณะที่ปริมาณการผลิตของโอมานและคาซัคสถานได้ปรับลดลงตามที่ได้ตกลงไว้


ราคาน้ำมันเบนซิน  ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน อย่างไรก็ดี ราคายังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นจากอินโดนีเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ราคาน้ำมันดีเซล  ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย เวียดนาม และศรีลังกา อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากอุปสงค์ยังคงชะลอตัวลง

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

            ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

            ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 21 – 22 ก.พ. ว่าจะมีประเด็นพิ่มเติมเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตหรือไม่ จากรายงานล่าสุดของโอเปคพบว่า ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคสามารถปรับลดกำลังการผลิตลงกว่า 1.16 ล้านบาร์เรลต่อวันจากระดับที่ตกลงกันไว้ในเดือน พ.ย. 59 ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 93 ของข้อตกลง นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดน้ำมันค่อนข้างมากเนื่องจากระดับดังกล่าวสูงกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียงร้อยละ 60

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูงและโรงกลั่นที่ปรับลดกำลังการกลั่นลงในช่วงการปิดซ่อมบำรุงประจำฤดูกาล
โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 13.83 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 508.59 ล้านบาร์เรล

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นดินดานในสหรัฐ ที่ประมาณ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตเพิ่มการขุดเจาะขึ้นต่อเนื่อง โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 8 แท่น มาอยู่ที่ 591 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 58