‘ทรัพย์ศรีไทย’ หวังปลดล็อกหนี้

‘ทรัพย์ศรีไทย’ หวังปลดล็อกหนี้

"ทรัพย์ศรีไทย" จ่อรับอานิสงส์ หลังดัน "มัดแมน" เข้าตลาดลดภาระดอกเบี้ย 50 ล้านบาทต่อปี คาดเข้าไตรมาสไตรมาส 2

‘ทรัพย์ศรีไทย’ ผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 80.3% ใน ‘มัดแมน’ จ่อรับอานิสงส์หลังดันเข้าตลาด ปลดล็อกหนี้เงินกู้กว่า 1 พันล้านบาท ช่วยลดภาระดอกเบี้ยปีละ 40-50 ล้านบาท ขณะที่โบรกคาดบริษัทพลิกมีกำไรปีนี้ หลังปรับบัญชีบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ที่ซื้อเข้ามา ซึ่งเกิดขึ้นครั้งเดียว 155 ล้านบาท

บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) SST เตรียมรับอานิสงส์จากการนำบริษัทลูก คือ บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) MM ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 80.3% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ช่วงไตรมาส 2 ปี2560 ทั้งนี้ บริษัท มัดแมน ประกอบธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งที่ดำเนินกิจการภายใต้สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์กับต่างประเทศ ได้แก่ ดังกิ้น โดนัท โอ บอง แปง และบาสกิ้น ร็อบบิ้นส์ และที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ของตนเอง ได้แก่ เกรฮาวด์ คาเฟ่ และครัวเอ็ม รวมถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์เกรฮาวด์

ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นใหญ่อีกรายคือ น้ำตาลขอนแก่น (KSL) ถือหุ้นในสัดส่วน 9.3% และหลังเข้าจดทะเบียนสัดส่วนของทรัพย์ศรีไทย และน้ำตาลขอนแก่น จะลดลงเหลือ 64.27% และ 7.46% ตามลำดับ

นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนของมัดแมนครั้งนี้จะนำเงินระดมทุนไปคืนหนี้เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้บริษัทปลดภาระหนี้ไปได้ปีละ 40-50 ล้านบาท และจะช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการกู้ยืมเพื่อขยายกิจการได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนการเข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) เนื่องจากบริษัทยังมีผลขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ถึงงวด 6 เดือนแรก ปี 2559 แต่เชื่อว่าปีนี้บริษัทจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ เพราะผลขาดทุนที่ผ่านมาเกิดจากการบันทึกทางบัญชีซึ่งไม่ได้กระทบต่อกระแสเงินสด อย่างไตรมาส 3 ปี2560 ต้องบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 155 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

นายดานิม ซาเวียร์ บริษัทเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุน 200-220 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายสาขาแฟรนไชส์ดังกิ้น โดนัท 10-12 สาขา โอ บอง แปง 5 สาขา บาสกิ้น ร็อบบิ้นส์ 5 สาขา และเกรฮาวด์ 4 สาขา โดยเกรฮาวด์ ซึ่งเป็นแบรนด์ของบริษัทมีแผนจะไปเปิดสาขาในลอนดอน ช่วงไตรมาส 3-4 นี้ ใช้งบลงทุน 80-90 ล้านบาท เพราะต้องการเปิดตลาดในยุโรป

ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวม 439 สาขา แบ่งเป็นธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ดำเนินกิจการภายใต้สัญญามาสเตอร์แฟรนไชส์กับต่างประเทศจำนวน 3 แบรนด์ ได้แก่ ดังกิ้น โดนัท จำนวน 296 สาขา โอ บอง แปง จำนวน 71 สาขา และบาสกิ้น ร็อบบิ้นส์ จำนวน 31 สาขา