วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 6-10 ก.พ.60

ราคาน้ำมันดิบคาดจะทรงตัว จากข้อตกลงลดกำลังการผลิต แต่ยังถูกกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้น

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 ก.พ. – 10 ก.พ. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ซึ่งล่าสุดกลุ่มโอเปคสามารถปรับลดกำลังการผลิตได้ประมาณ 82% ของข้อตกลงลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และ อิหร่าน หลังอิหร่านทดสอบขีปนาวุธ ประกอบกับ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุด นับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. 59 อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบแตะระดับ 583 แท่น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 958,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปคสามารถทำตามข้อตกลงได้ประมาณ 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปครายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 1 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และ อิหร่านที่อาจหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง

- ค่าเงินดอลลาร์ อ่อนค่าลงต่อเนื่องแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. 59 หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งถัดไป นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ ยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการกีดกันทางการค้าและนโยบานต่อต้านผู้อพยพของนายโดนัล ทรัมป์

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากปริมาณการนำเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับโรงกลั่นภายในประเทศปรับลดอัตราการกลั่น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นราว 6.47 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 494 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 3.87 ล้านบาร์เรล และ 1.57 ล้านบาร์เรลตามลำดับ

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจาก ราคาในปัจจุบันสามารถกระตุ้นให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ กลับมาผลิตเพิ่มขึ้น โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 17 แท่น มาอยู่ที่ 583 แท่น สร้างแรงกดดันให้กับราคาน้ำมันดิบ

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตจีน และ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ม.ค. – 3 ก.พ. 60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 0.66 ดอลลาร์ ปิดที่ 53.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ ปิดที่ 56.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากข่าวการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคที่ได้ทำการปรับลดกำลังการผลิตไปแล้วกว่าร้อยละ 80 ในเดือน ม.ค. 2560 ซึ่งสูงกว่าสถิติการปรับลดในปี 2552 ที่ปรับลดลงราวร้อยละ 60 นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าสหรัฐ จะมีการออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมหรือไม่ หลังอิหร่านดำเนินการทดสอบขีปนาวุธในประเทศ

                                          -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999