รอมาตรการกระตุ้นจาก Trump
คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้ ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดการเงินโลกลดลงโดยนักลงทุนรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังจากรัฐบาลของ Trump ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปกำลังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสหาเสียงด้วยนโยบายนำฝรั่งเศสออกจาก EU ประเทศสำคัญในยุโรปหลายประเทศมีเลือกตั้งปีนี้ท่ามกลางกระแสประชานิยมต่อต้านโลกาภิวัฒน์ ปัจจัยภายในประเทศวันนี้ออกทางลบ เงินคงคลังลดฮวบในเดือน ธ.ค. และเราพิจารณว่าเป็นการบริหารการคลังปกติและไม่น่าบ่งชี้ว่ารัฐบาลอยู่ในภาวะถังแตก แต่อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาปลีก LPG 3% หมายความว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังจะเร่งตัวขึ้น ปัจจัยบวกเดียวคือความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนในเดือน ก.พ.
หุ้นเด่นวันนี้: SAWAD (ราคาปิด 45.00 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 60 ของ AWS 61.00 บาท)
เราคาดว่า บมจ. ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จะยังคงแสดงการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4/59 และปี 60 เราคาดการณ์กำไรในไตรมาส 4/59 จะอยู่ที่ 560 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3% QoQและ 41% YoYโดยปัจจัยขับเคลื่อนจะมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของสินเชื่อสอดคล้องกับช่วงไฮซีซั่นและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าบริษัทได้ตั้งเป้าสาขาปี 59 ไว้ที่ 2,000 สาขา แต่บริษัทสามารถบรรลุเป้าดังกล่าวได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/59 ซึ่งจำนวนสาขาอยู่ที่ 2,027 สาขา เราคาดว่าจำนวนสาขาของ SAWAD จะอยู่ที่ประมาณ 2,100 สาขาในปี 59 และ 2,400 สาขาในปี 60 การขยายอย่างรวดเร็วนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อจะเข้าถึงประชากรได้มากขึ้น นอกจากนี้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งคิดเป็น 25% ของรายได้ทั้งหมด น่าจะเป็นอีกแรงหนุนสำหรับการเติบโตของบริษัทอีกด้วย ทั้งนี้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยส่วนหนึ่งจะมาจากธุรกิจบริหารหนี้เสีย ซึ่ง SAWAD ได้ตั้งงบประมาณในการซื้อ NPL เป็นจำนวนประมาณ 2.5 พันล้านบาทในปีนี้ นอกจากนั้นแล้ว แผนที่ SAWAD จะเข้าซื้อ BFIT น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทในอนาคตจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมดังกล่าวยังต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นบริษัทก่อน เราคาดการณ์กำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 46.5% ในปี 59 และ 26.4% ในปี 60 Price Pattern ของ SAWAD มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal และเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ SAWAD ก็บ่งบอกถึงว่าน่าจะเกิดการทำ New High โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 48 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 52 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ SAWAD มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 42.25 บาท (Resistance: 45.50, 46.00, 47.00; Support: 44.50, 44.00, 43.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ความเชื่อมั่นนักลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากผลสำรวจของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (Fetco) ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (ICI) ประจำเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 17% ในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิเติบโตในปี 2559 (Bangkok Post)
• เงินคงคลังลดลง ปริมาณเงินคงคลัง ณ เดือนธ.ค. 59 ลดลง 84.9% อยู่ที่ 7.49 หมื่นล้านบาท จาก 4.957 แสนล้านบาทในปี 2557 อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้รมว.คลังได้ยืนยันว่าการลดลงของเงินคงคลังเป็นไปตามนโยบายของรัฐที่จะลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและไม่ได้แสดงว่ารัฐบาลกำลังถังแตก (Bangkok Post)
• มาตรการจูงใจลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังเผยว่ากระทรวงการคลังกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาหามาตรการจูงใจสำหรับผู้ผลิตเครื่องดื่มในการปรับลดปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ เพื่อทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุข ก่อนหน้านี้กระทรวงคลังได้หารือกับผู้ประกอบการผลิตเครื่องดื่มโดยจะจัดเก็บภาษีในอัตราสูงขึ้นกว่าเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ แต่ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ รมว. กล่าวว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีกับผู้ปลูกอ้อยและผู้ผลิตเครื่องดื่ม (Bangkok Post)
• ปรับราคาขายปลีก LPG ขึ้น 3%สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานประกาศปรับราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เดือนก.พ. 2560 ขึ้น 0.67 บาท/กก. จากเดิม 20.29 บาท/กก. เป็น 20.96 บาท/กก. เนื่องจากสถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลก เดือนก.พ. ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 90 ดอลลาร์ฯ (3,154 บาท) ต่อตัน โดยกองทุนน้ำมันจะอุดหนุนราคาขายปลีก LPG ส่วนหนึ่งที่ 2.33 บาท/กก. (Bangkok Post)
• ADVANC(161.50 บ. ซื้อ ราคาเป้าหมาย AWS 188.00 บ.) ตั้งงบลงทุน 4.0 หมื่นล้านบาทเพื่อลงทุนโครงข่ายมือถือและลงทุนไฟเบอร์สำหรับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยงบลงทุน 5.0 พันลบ. จะใช้สำหรับการโปรโมทและส่งเสริมการขายในเชิงรุก และพร้อมเปิดตัวช่องภาพยนตร์ HBO FOX และบาสเกตบอล NBA โดย ADVANC วางแผนที่จะเริ่มฉายโปรแกรมภาพยนตร์จาก HBO ในเดือน มี.ค. นี้ ปัจจุบัน AIS มีลูกค้าอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 350,000 ราย คิดเป็น 4% ของส่วนแบ่งทางการตลาด บริษัทตั้งเป้าจำนวนลูกค้าจากธุรกิจดังกล่าวที่ 700,000 รายภายในสิ้นปีนี้ (Bangkok Post)ความเห็น: เรามองว่าปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยหนุนธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของ AIS ได้เป็นอย่างดี ซึ่งน่าจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการเติบโตหลักของบริษัทในอนาคต
ต่างประเทศ:
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐระยะสั้นและระยะกลางแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 วันเมื่อวันจันทร์ จากความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายสนับสนุนการเติบโตที่ทรัมป์เคยให้สัญญาไว้ระหว่างหาเสียง ราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปรับตัวขึ้นกว่า 1 จุดในขณะที่อัตราผลตอบแทนแตะระดับต่ำสุดในรอบวันที่ 3.050% (Reuters)
• เงินยูโรอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับการเมืองในฝรั่งเศสก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเม.ย. รวมทั้งการเลือกตั้งอื่น ๆ ในยุโรปที่ใกล้เข้ามาในช่วง 1 ปี เงินยูโรอ่อนค่า 0.5% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1.0733 ดอลลาร์สหรัฐ และอ่อนค่าลงถึงระดับ 1.0705 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่วันที่ 31 ม.ค. (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อวันจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานเนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลง ในขณะที่นักลงทุนรอการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนรอบใหม่และมองหาความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ ตลาดเริ่มปรับตัวลงจากที่ปรับตัวขึ้นสูงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและตระหนักว่านโยบายที่กระตุ้นการเติบโตอาจถูกหักกลบโดยผลกระทบเชิงลบจากการค้าและการจำกัดการเข้าเมือง (Reuters)
• กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐในไตรมาส 4/59 แข็งแกร่งที่สุดนับแต่ปี 2557ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน S&P500 ในไตรมาส 4/59 จะเพิ่มขึ้น 8.1% YoYสูงกว่าประมาณการที่ 6.1% ในช่วงเริ่มต้นของปีนี้ จากข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ส ซึ่งเป็นการเติบโตของกำไรสุทธิรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 นับแต่ไตรมาส 3/57 จากบริษัท 279 แห่งที่ได้รายงานผลการดำเนินงานเข้ามาจนถึงปัจจุบัน 67% มีผลกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันจันทร์ปิดในแดนลบท่ามกลางความกลัวความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อสถานการณ์การเมืองในยุโรป ขณะที่หุ้น Volkswagen ปรับตัวลดลงหลังลักเซมเบิร์กเตรียมกล่าวหาบริษัทฯ ในกรณีการบิดเบือนผลทดสอบการปล่อยมลภาวะ ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกค้าจากเยอรมนีก็เตรียมที่จะฟ้องร้องเช่นกัน (Reuters)
• การหาเสียงเลือกตั้งปธน.ฝรั่งเศสเพื่อให้ฝรั่งเศสออกจาก EU โดยนาง Marine Le Pen ผู้ลงสมัครเลือกตั้งปธน.ฝรั่งเศสจากพรรคแนวร่วมแห่งชาติที่ชูนโยบายไม่ยึดติดกับความเป็นโลกาภิวัฒน์และต้องการจะออกจากกลุ่ม EU มีคะแนนเสียงในเชิงบวกมากขึ้นและแซงหน้านาย Emmanuel Macron ผู้สมัครจากพรรค En Marche รวมไปถึงนาย Francois Fillionผู้สมัครจากพรรค Republican ส่งผลให้ตลาดหุ้นและตลาดการเงินในยุโรปตอบรับในเชิงลบตอประเด็นดังกล่าว (Reuters)
เอเชีย:
• ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซอะเบะในวันศุกร์นี้ที่วอชิงตัน ดี.ซี. โดยอาเบะเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่จะได้พบกับทรัมป์หลังจากที่ชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน การประชุมพุ่งเป้าไปที่การรักษาความปลอดภัยนโยบายการค้า และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การไม่เข้าถึงการที่ผู้ผลิตของสหรัฐฯ เข้าไม่ถึงตลาดรถยนต์ของญี่ปุ่น และถูกกล่าวหาว่าญี่ปุ่นใช้นโยบายการเงินเพื่อลดค่าสกุลเงินของตน นอกจากนี้เขายังเหมารวมญี่ปุ่นจีนและเม็กซิโกว่าเป็นผู้ร่วมสมทบการขาดดุลการค้าของอเมริกาอีกด้วย (Reuters)
• จีนมุ่งสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่า 50 ล้านตำแหน่งในเขตเมืองในอีกปีถึงปี2563 มันจะมุ่งเป้าที่อัตราการว่างงานในเขตเมืองต่ำกว่า 5% อัตราการว่างงานอย่างเป็นทางการอยู่ที่กว่า 4% ในปีที่ผ่านมา จีนพยายามที่จะลดกำลังการผลิตส่วนเกินในโรงงานเหล็กและถ่านหินอุตสาหกรรม แต่พยายามหลีกเลี่ยงการชะลอตัวลงอย่างกระทันหันในทางเศรษฐกิจเพราะกลัวการสูญเสียอัตราการจ้างงาน โดยจะพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตการจ้างงานที่แข็งแกร่งและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเครื่องมือนโยบายทางการเงินเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน นอกจากนี้เน้นอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่นเทคโนโลยีสารสนเทศอุปกรณ์ระดับ high-end วัสดุใหม่เทคโนโลยีชีวภาพและรถยนต์พลังงานใหม่ (Reuters)
• จีนคาดว่าจะรายงานทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงเป็นเดือนที่เจ็ดในเดือนมกราคมในวันอังคารนี้ ในอัตราที่ชะลอลงมากที่สุด โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนมีแนวโน้มจะลดลงประมาณ 10.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯในเดือนมกราคมโดย ลดลงประมาณหนึ่งในสี่ในเดือนธันวาคม ถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯตามประมาณการเฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมันร่วงมากกว่า 1.5% เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากปัจจัยลบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ปริมาณการผลิตของสหรัฐที่สูง และกระแสการเก็งกำไรที่มีมาระยะหนึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการควบคุมกำลังการผลิตของ OPEC และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน น้ำมันดิบ Brent ลดลง 0.98 ดอลลาร์ (-1.7%) อยู่ที่ 55.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบสหรัฐร่วง 82 เซนต์ (-1.5%) อยู่ที่ 53.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ทองปรับขึ้น 1% เมื่อวันจันทร์ สู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในสหรัฐและยุโรปและค่าเงินดอลลาร์ทำให้เพิ่มความต้องการของนักลงทุน ราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 1.1% อยู่ที่ 1,233.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะ 1,233.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ราคาทองคำล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 0.9% อยู่ที่ 1,232.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)







