"ม.หอการค้า" เผยวันวาเลนไทน์ปีนี้เงียบเหงาเหตุดอกไม้แพง คนหันทำบุญมากขึ้น ส่วน "มาฆะบูชา" คึกคัก คาด 2 เทศกาลเงินสะพัดหมื่นล้านบาท
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้สำรวจการใช้จ่ายผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ และมาฆบูชา พบว่า โดยภาพรวมแล้ว บรรยากาศของเทศกาลวาเลนไทน์ ไม่ค่อยคึกคัก เนื่องจากดอกไม้แพง แต่เทศกาลมาฆะบูชานั้น จะคึกคักกว่า เพราะเศรษฐกิจแย่ ทำให้หันมาทำบุญมากขึ้น อีกทั้งเป็นช่วงวันหยุดยาว จึงชะลอใช้จ่ายวันวาเลนไทน์ไป เพื่อเก็บเงินไปเที่ยวแทน อย่างไรก็ดี คาดว่าจากทั้ง 2 เทศกาลนี้ จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้เมื่อแยกดูเฉพาะเทศกาลช่วงวันวาเลนไทน์พบว่าคาดว่าจะมีเงินสะพัด 3,707 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี แต่เพิ่มขึ้นเพียง 0.87% ซึ่งถือว่าเติบโตต่ำสุดในรอบ 10 ปี มีผู้บริโภคเพียง 16% เท่านั้นที่ใช้จ่าย ถือว่าไม่คึกคัก ขณะที่ผู้บริโภคที่ใช้จ่ายในเทศกาลมาฆบูชา มีถึง 35% ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี ราคาสินค้า โดยเฉพาะ ดอกกุหลาบ และของขวัญแพงขึ้น นอกจากนั้นยังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้วย ส่วนผู้ที่จะฉลองวันวาเลนไทน์นั้น คาดว่ามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 2,262 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย ตามมูลค่าสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะไปทานข้าวนอกบ้าน ซื้อของขวัญให้ และซื้อดอกไม้ให้
ขณะที่บรรยากาศการใช้จ่ายช่วงวันมาฆบูชานั้น เป็นไปอย่างคึกคักมากกว่าปีก่อนหน้า โดยมีเงินสะพัดมูลมากถึง 3,181.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เพราะเศรษฐกิจที่แย่ ทำให้คนหันมาทำบุญมากขึ้น เพราะคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น อีกทั้งมีสถานที่จัดงานทางธรรมะมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน ยังเป็นช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ทำให้ต้องการเก็บเงินไปใช้จ่ายเพื่อทำบุญ และท่องเที่ยวมากกว่า จึงชะลอการใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 2,448 บาท เพื่อทำบุญ ตักบาตร และซื้อสังฆภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายยังไม่เปลี่ยนแปลง









