วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สยามอีสต์โซลูชั่นเคาะราคาไอพีโอ2.45 บาทเปิดจองซื้อ 6-8 ก.พ.

สยามอีสต์โซลูชั่น เคาะราคาไอพีโอ 2.45 บาท เปิดจองซื้อ 6-8 ก.พ.นี้ หวังลงทุนสร้างศูนย์บริการวิศวกรรม ดันธุรกิจโตต่อเนื่อง

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ บมจ.สยามอีสต์ โซลูชั่น หรือSE กำหนดราคาขายไอพีโอหุ้นละ 2.45 บาท โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้นในวันที่ 6-8 ก.พ.นี้ และคาดจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในเดือนก.พ.

ทั้งนี้ สยามอีสต์ โซลูชั่น จะเสนอขายหุ้นไอพีโอ 60 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท หลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ปัจจุบัน สยามอีสต์ โซลูชั่น มีทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 240 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งทุนที่ออกและชำระแล้ว 90 ล้านบาท 

ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ สยามอีสต์ โซลูชั่น จะนำไปใช้ก่อสร้างศูนย์บริการวิศวกรรม ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สนับสนุนงานบริการ และการดำเนินธุรกิจ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ทั้งนี้ สยามอีสต์ โซลูชั่น เป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดหาและจำหน่ายสินค้าพร้อมให้บริการและคำปรึกษาด้านวิศวกรรมอย่างครบวงจรใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊ม กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรมซึ่งเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้แล้วหมดไป ภายใต้แนวคิด Industrial Equipment Solution Provider เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ 

ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 314.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 ที่มีรายได้จากการขายและบริการ 283.45 ล้านบาท 

ด้านนางสาวอรสา วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สยามอีสต์ โซลูชั่น กล่าวว่า บริษัทมีสินค้าที่จำหน่ายพร้อมให้บริการและคำปรึกษาอย่างครบวงจรกว่า 40 แบรนด์ รวมทั้งหมดกว่า 3,500 รายการ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เป็นโรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ที่สั่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างโรงงาน ขยายสายการผลิต ซ่อมบำรุงเครื่องจักรและใช้ทดแทนอุปกรณ์เดิมที่เสื่อมสภาพ โดยได้จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางจำหน่ายทางตรงแก่โรงงานอุตสาหกรรม ที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ 70-80% ของรายได้จากการขายและบริการ ส่วนที่เหลือจะจำหน่ายผ่านกลุ่มผู้รับเหมาและร้านค้าปลีกที่เป็นคนกลางช่วยกระจายสินค้า 

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ โดยจะลงทุนก่อสร้างศูนย์บริการวิศวกรรมในพื้นที่สำนักงาน จ.ระยอง ซึ่งออกแบบเป็นอาคารชั้นเดียว มีพื้นที่ใช้สอย 1,750 ตารางเมตร เพื่อขยายงานให้บริการเคลือบพื้นผิวเครื่องจักร อุปกรณ์ระบบท่อ งานออกแบบและตัดเย็บฉนวนหุ้มเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงให้บริการประกอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบปั๊มสูบส่งน้ำและของเหลว ตลอดจนอุปกรณ์ในระบบท่อ 

“เรามีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจจัดหาและจำหน่าย พร้อมให้บริการในสินค้าอุตสาหกรรม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊ม กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ และกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรม ซึ่งเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้แล้วหมดไปและยังเป็นผู้สรรหาสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่แตกต่าง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต”

นายแสงเพชร ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ SE กล่าวว่า สินค้าอุตสาหกรรมทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์นั้น ประกอบด้วย 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊ม ซึ่งเป็นปั๊มสูบส่งน้ำและของเหลวที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล อาคารสูงและโครงการน้ำของภาครัฐ ซึ่งแบ่งเป็นปั๊มประเภทหมุนเหวี่ยงที่เหมาะกับการเคลื่อนย้ายของเหลวใสและมีความหนืดต่ำ และปั๊มประเภทแทนที่บวกที่เหมาะกับการเคลื่อนย้ายของเหลวที่มีความหนืดสูง 

2.กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการกระบวนการผลิตและระบบท่อ ประกอบด้วย อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่น อุปกรณ์เพื่อการคัดแยกวัสดุ วัสดุเพื่อการดูดซึม อุปกรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนมวลสารและระบบท่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบท่อและข้อต่อ แท็งก์พลาสติก อุปกรณ์ควบคุมแรงดัน และ 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุนวัตกรรม ซึ่งเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้แล้วหมดไปในกระบวนการผลิตและงานซ่อมบำรุง ได้แก่ กาว วัสดุยาแนว วัสดุเคลือบผิว ผลิตภัณฑ์เพื่ออาชีวอนามัยและความปลอดภัย และงานบริการเคลือบพื้นผิวและตัดเย็บฉนวนหุ้ม

“เรามีความเชี่ยวชาญในการจัดหาและให้บริการสินค้าทั้ง  3 กลุ่ม ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง ทำให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกซื้อสินค้ากับเรา นอกจากนี้ เรายังมีทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการจัดหาสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มีบริการก่อนและหลังการขายที่ได้มาตรฐาน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน จ.ระยอง ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากที่สุดในประเทศ ทำให้เรามีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”