ผู้ประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จับตานโยบาย "ภาษีนำเข้า" ของสหรัฐ ระบุหากขึ้นเท่ากันไม่กระทบการแข่งขัน
นายพิธาน องค์โฆษิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) KCE กล่าวว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายด้านภาษีการนำเข้าของสหรัฐ ว่าจะมีทิศทางอย่างไร ซึ่งในเบื้องต้นหากการเพิ่มอัตราภาษีที่ระดับเท่ากันทุกประเทศ ก็จะไม่ส่งผลกระทบกับบริษัท โดยยังมองว่าทิศทางการเติบโตของรายได้ในปี 2560 น่าจะอยู่ที่ระดับ 10-15%
“บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายภาษีของสหรัฐ ซึ่งในเบื้องต้นเรามองว่าหากการปรับขึ้นภาษีสูง หรือขึ้นเท่าเทียมกันในทุกประเทศก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรกับบริษัท ซึ่งเรายังมองว่าการเติบโตน่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้โดยรายได้น่าจะเติบโตที่ 10-15%”
ก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เคยระบุถึงนโยบายด้านภาษีในช่วงหาเสียงว่า ต้องการจัดเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่มีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐมากที่สุด เพราะมองว่าเป็นปัญหากับการจ้างงานในประเทศ
นายพิธาน กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศมากกว่า 90% ตลาดที่ส่งออกมากที่สุด คือ สหภาพยุโรปที่ 60% ตลาดสหรัฐที่ 20% และตลาดเอเชียในระดับ 30%
ด้านแผนลงทุนปีนี้ บริษัทจะลงทุนในการขยายพื้นที่โรงงาน จากเดิมที่ 3.2 แสนตารางฟุตให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.3 แสนตารางฟุต โดยใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท
นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DELTA กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายของทางสหรัฐเช่นกัน ซึ่งมองว่าปัจจัยดังกล่าวอาจส่งทั้งผลดีและผลเสีย โดยหากสหรัฐเลือกที่จะใช้กำแพงภาษีกับประเทศจีนเท่านั้น ก็อาจจะเป็นผลดีกับบริษัทไทยที่ส่งสินค้าไปยังประเทศสหรัฐ แต่อาจจะส่งผลกระทบกับบริษัทที่ส่งออกไปยังประเทศจีน ดังนั้นจึงมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะปรับกลยุทธ์
สำหรับบริษัทเดลต้านั้น ตลาดหลักที่บริษัทส่งสินค้าไปจำหน่ายคือ สหภาพยุโรป คิดเป็นสัดส่วน 60 % รองลงมาคือตลาดสหรัฐ แต่มีสัดส่วนที่ไม่สูงมากนัก
ผู้ประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จับตานโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐ ระบุหากขึ้นเท่ากันไม่กระทบการแข่งขัน
เคซีอีบริหารสต๊อก‘ทองแดง’
นายพิธาน องค์โฆษิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ KCE ยอมรับว่า ราคาวัตถุดิบทองแดงได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 5 - 6 พันดอลลาร์ ปัจจุบันบริษัทยังมีวัตถุดิบคงเหลือเพียงพอสำหรับการผลิตอยู่ จึงจะยืดเวลาในการสั่งซื้อวัตถุดิบออกไปอีก เพื่อหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่มีราคาแพง
นักวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า จากการที่ราคาทองแดงได้มีการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงของปลายปีที่ผ่านมา จาก 220-230 UDS/lb มาสู่ระดับ 270 UDS/lb หรือประมาณ 15-20% ซึ่งส่งผลกระทบต่อ KCE ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผง PCB ซึ่งมีส่วนประกอบหลักที่เป็นทองแดงและลามิเนต โดยสัดส่วนต้นทุนของทองแดงคิดเป็นประมาณ 10%
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าบริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนทองแดงที่ขึ้นมาในให้กับลูกค้าได้ในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงในการเจรจารปรับเปลี่ยนต้นทุน
บล.ธนชาต ระบุว่า ราคาทองแดงที่ปรับสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุน และอัตรากำไรของเคซีอี ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรลง 3-9%









