สู่ภาวะการเติบโตอย่างระมัดระวัง
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่ากำไรของ BAY จะเติบโตได้อย่างปกติที่ 10% ในปี 2560 หลังจากที่มีกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่ 15% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งขับเคลื่อนโดยการซื้อและควบรวมกิจการ (กับ Bank of Tokyo Mitsubishi (ประเทศไทย)) เราคาดว่า BAY จะเน้นปล่อยกู้ให้บริษัทเอกชนอื่นๆและ SME ที่เป็นบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่อง โดยสองอย่าง
ที่กล่าวมาให้รายได้ค่าทำเนียมธนาคารอาจน้อยกว่าธุรกิจค้าปลีก อีกทั้ง ธนาคารมีการลงทุนในระบบสารสนเทศเพื่อรองรับ ระบบ ดิจิตอลแบงค์กิ้ง ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้นจากปีก่อนมาก ทั้งสองกิจกรรมอาจทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มไม่มากนักและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 2560 ที่อาจสูงกว่าประมาณการเรา นอกจากนี้ ราคาหุ้น BAY ซื้อขายที่ 1.3x เท่าของมูลค่าทางบัญชีปี 2560 ที่ใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายของเราที่ 1.4 เท่าของมูลค่าทางบัญชีปี 2060 ผลจากจากอัพไซด์ที่ลดลงในเรื่องกิจการการซื้อและควบรวมกิจการที่ลดลงปีนี้และ ราคาหุ้น BAY ปรับตัวสูงขึ้นใกล้ราคาเป้าหมายปี 2560 ของเรา ทำให้เราปรับลด คำแนะนำ BAY เป็น “ถือ” จาก “ซื้อ โดยเรามองว่า ราคาหุ้น BBL น่าสนใจ
จากราคาที่ 0.8 เท่าของมูล่ค่าทางบัญชีปี 2560 และกำไรปีนี้ทยอยฟื้นตัว
คาดสินเชื่อกลับมาเติบโตปกติ... ไม่คาดว่าจะมีการซื้อกิจการอีก
หลังจากที่สินเชื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 11.2% จากควบรวมพอร์ตสินเชื่อกับBTMB (ประเทศไทย) ในเดือน มค 2559 ปีที่แล้ว เราเชื่อว่าในปี 2560 โดย BAY จะกลับมาเน้นการเติบโตภายในองค์กร และเราคาดว่าสินเชื่อธนาคารเติบโต 7% ขณะที่ธนาคารให้เป้าการเติบโตสินเชื่อกับตลาดฯที่ 6-8% เราคาด BAY จะปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทเอกชน ไทย-ญี่ปุ่น และ SME ในเคลือบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) การผลิตสินค้ามากขึ้น ทำให้ เราคาดว่าสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนดีจะลดลงต่ำกว่า 44% ของพอร์ต
สินเชื่อทั้งหมดในปีที่แล้ว เราคาดการกระจายธุรกิจไปยังตลาด CLMV อาจชะลอตัวหลังจากที่ BAY เข้าถือหุ้น 100% ใน Hattha Kaksekar (บริษัทไมโครไฟแนนซ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ4ของประเทศกัมพูชา) และเปิด 2 สาขาในประเทศลาว PDR ในปีที่ผ่านมา ขณะที่การขยายกิจการในประเทศเวียตนาม และพม่าจะค่อยเป็นค่อยไป ตามแผนของ BTMU (ประเทศญี่ปุ่น) นอกเหนือจากการเติบโตของสินเชื่อ เราคาด BAY จะมีรายได้ค่าทำเนียม เติบโต 8% ในปี 2560 ขณะที่รายได้ดังกล่าวเติบโต 12% ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นของพร้อมเพย์อาจชะลอการเติบโตของรายได้ค่าทำเนียมธนาคาร เราขอรอดูผลกระทบของพร้อมเพย์ต่อรายได้ค่าธรรมเนียมธนาคารก่อนที่จะเปลียนประมาณการรายได้การเติบโตของค่าธรรมเนียมปี2560
NPL is no threat via high coverage ratio…
จากที่สภาวะทางเศรษฐกิจดีขึ้นในปีที่ผ่านมา เราคาดว่า BAY จะปรับลดการตั้งสำรองหนี้สูญลงมาอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาทในปี 2560 จาก 2.1 หมื่นล้านบาทในปี 2559 อีกทั้งเราคาว่าสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดจะคงที่จากปีที่แล้วที่ 2.2% ประกอบกับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 150% ในปีนี้ ขณะที่อยู่ที่
147% ในปีที่แล้ว โดยมีนโยบายปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทเอกชนร่วมทุนไทย ญี่ปุ่น- (JV) และ SME ญี่ปุ่นที่เป็นห่วงโซ่อุปทานจะทำให้การควบคุมคุณภาพสินเชื่อง่ายขึ้น ในขณะที่สินเชื่อค้ารายย่อยจะเติบโตอย่างอนุรักษ์นิยม ปัจจุบันเราไม่เป็นกังวลในเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์ของ BAY
คาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อราย 2560 สูงจากการลงทุนใหม่ส่งผลให้ นโยบายจ่ายปันผลอาจ ลดลง...
จากการแข่งขันที่สูงขึ้นและการคุกคามจากไฟแนนเชียลเทคโนโลยี (Fintech) เรามองว่า BAY จะเน้นดิจิตอลแบงค์กิ้งเพื่อสร้างฐานลูกค้า, เพิ่มการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคาร, เน้นการปริวรรตเงินตรา ต่างประเทศ, และลดต้นทุนทางการเงินโดยการเพิ่มสัดส่วนของบัญชีกระแสรายวันและออมทรัพย์ (ปกติมีต้นทุนการเงินต่ำสุดในบรรดาเงินฝาก) ให้สูงกว่า 50% ของเงินฝากทั้งหมด เราประเมินว่า BAY อาจมีการลงทุนใหม่เพื่อเติมเต็มความต้องการดังกล่าวในปีนี้และปีหน้า เทรนนี้จะส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปี 2560 สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา เรามองว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปี 2560 จะอยู่ที่ 49.7% จาก 47.8% ในปีที่แล้ว อีกทั้งเรายังคาว่า BAY จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลจากขั้นต่ำที่ 30% ให้เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนที่มากขึ้นของธนาคาร และเพื่อเพิ่มฐานเงินกองทุนให้แกธนาคารในการขยายกิจการ






