ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น จากการที่ผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปคได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเดือนม.ค. 2560 ลง 958,000 บาร์เรลต่อวัน จากที่ทำข้อตกลงไว้ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตรวม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แสดงว่ากลุ่มโอเปคได้ปรับลดกำลังการผลิตไปแล้วกว่า 80% ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับการปรับลดกำลังการผลิตในปี 2552 ที่ปรับลดได้ราว 60%
+ นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากการที่ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลง 0.9% เมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้า หลังที่ปรึกษาของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมากล่าวโจมตีค่าเงินยูโรและเงินเยนว่าอ่อนค่าเกินกว่าความเป็นจริง ประกอบกับความกังวลต่อนโยบายทางการค้าสหรัฐ ที่ล่าสุด นายโดนัล ทรัมป์เรียกร้องให้บริษัทยาลดราคายาให้ถูกลงและคาดหวังให้เพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐ ทั้งยังระบุว่าจะปรับเร่งกระบวนการอนุมัติยาใหม่ให้เร็วขึ้นอีกด้วย
- อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่สองนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2559 โดยสร้างความกังวลให้กับตลาดว่า ข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจะสามารถลดอุปทานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนี้ได้หรือไม่
- ภายหลังจากตลาดปิดการซื้อขาย สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์ล่าสุด สิ้นสุดวันที่ 27 ม.ค. 2560 โดยปรับเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาร์เรลซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรล หลังโรงกลั่นสหรัฐ ลดกำลังการผลิต ในขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9 และ 2.3 ล้านบาร์เรลตามลำดับ
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการซื้อขายในภูมิภาคเอเชียยังคงเบาบางในช่วงวันหยุดตรุษจีน และถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และศรีลังกายังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากอุปทานจากประเทศอินเดียและอุปทานในภูมิภาคที่ยังอยู่ในระดับสูง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคว่าจะสามารถทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ โดยล่าสุดรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียคาดการณ์ว่าปัจจุบันผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคลดกำลังการผลิตลงแล้ว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือประมาณร้อยละ 80 ของทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถทำได้ตามข้อตกลงที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในสิ้นเดือนนี้ นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดของซาอุดิอาระเบียปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว ทั้งนี้การประชุมเพื่อติดตามผลของข้อตกลงจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค. 60
- ค่าเงินดอลลาร์ ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์และส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ หรือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแต่อย่างใด นโยบายโดยส่วนใหญ่ที่มีการดำเนินการคือนโยบายกีดกันการค้าและการอพยพของแรงงาน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงทรงตัวในระดับสูง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล จากอัตราการกลั่นที่ปรับลดลงตามอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้น
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








