สำนักงานสลากฯ ตัดโควตาตลอดชีพขายเกินราคา-ขายต่อเพื่อนำไปรวมชุด
นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะกรรมการสลากฯ ได้มีหนังสือตักเตือน สมาคม องค์กรมูลนิธิกว่า 127 แห่งทั่วประเทศ ที่นำสลากไปจำหน่ายไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งขณะนี้เป็นการเตือนครั้งที่ 1 หากเตือนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะมีบทลงโทษรุนแรงขึ้น ขณะที่รายย่อย 739 รายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่กระทำผิดนำสลากขายต่อเพื่อรวมชุดโดยไม่ขายเอง ถือว่าเป็นกลุ่มแสวงหากำไรไม่ประกอบอาชีพสลากโดยตรง จึงตัดสิทธิ์รับสลากไปขายในกลุ่มดังกล่าวเพื่อต้องการจัดสรรสลากให้ผู้ค้าตัวจริง ทั้งนี้ในการประชุมบอร์ดจากนี้ไป ทุกครั้งจะมีการพิจารณาตัดสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา
โดยที่ประชุมบอร์ดสลากเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังย้ำมติเดิมเกี่ยวกับการคุมเข้มตัวแทนจำหน่ายรายย่อยทั้งผู้ได้รับโควตาและผู้จองสลากผ่านธนาคารกรุงไทย หากตรวจพบจำหน่ายเกินราคาหรือนำสลากไปขายต่อเพื่อรวมชุด จะยกเลิกสัญญาการรับสลากไปจำหน่าย รวมถึงตัดสิทธิ์เป็นผู้ลงทะเบียนจองผ่านระบบธนาคารกรุงไทยและไม่ให้จำหน่ายสลากอีกต่อไป เนื่องจากเป็นบุคคลที่ได้สลากแล้วนำไปขายต่อลักษณะเก็งกำไรไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพโดยตรงในการขายสลาก
นอกจากมาตรการสำหรับตัวแทนรายย่อยแล้ว ส่วนของสมาคม องค์กร มูลนิธิที่จำหน่ายสลากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการรับสลากไปจำหน่าย ก็จะมีมาตรการดำเนินการเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าตั้งแต่รัฐบาล คุมเข้มเรื่องกำหนดราคา 80 บาท ทุกแผงขายสลาก 80 บาท แต่หลายแผงมีการรวมชุดจำหน่าย เนื่องจากผู้ซื้อต้องการถูกรางวัลจำนวนมาก จึงสั่งให้ผู้ขายรวมชุดมาตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ขณะที่คนขายยอมรับว่ามีต้นทุนจึงคิดราคาสูงกว่าเดิม ในส่วนของสำนักงานสลากฯ มีความพยายามกวดขันอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้สลากชุดมีราคาสูงเกินไป และได้สั่งการให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาตลาดสลากอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการปรับสมดุลปริมาณสลากในการเข้าสู่โร้ดแมประยะที่ 3 ที่คณะกรรมการสลากฯกำหนดไว้
ปีนี้สำนักงานสลากฯ มุ่งหมายให้เป็นปีแห่งการต่อต้านการพนันโดยจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงโทษภัยของการพนัน เพื่อสร้างสังคมที่มีความสุข มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป









