วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

DTAC - ถือ

กำไรไตรมาส 4/59 ต่ำสุดจริงเหรอ? อาจจะไม่นะ!

ประเด็นการลงทุน

เนื่องจากการแข่งขันของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่คาดว่าจะยังคงรุนแรงต่อไปในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 จากเงินอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ สำหรับลูกค้าโพสต์เพดสำหรับทั้งตลาดที่เพิ่มขึ้น เราจึงยังคงไม่มั่นใจและแน่ใจว่าผลประกอบการของ DTAC จะพลิกกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 การสูญเสียส่วนแบ่งตลาดของรายได้บริการของ DTAC อย่างต่อเนื่องและเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มมากขึ้นได้ ส่งผลให้ DTAC เกือบที่จะแสดงผลขาดทุนในไตรมาส 4/59 คำถามสำคัญ ได้แก่ รายได้บริการของ DTAC จะฟื้นตัวเมื่อไร ถึงแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของหุ้น DTAC จะแย่ลง แต่นักลงทุนก็ได้เข้ามาเก็งกำไรหุ้น DTAC เร็วๆ นี้ในประเด็นเรื่องการคาดการณ์การเปิดประมูลคลี่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซหรือ ความคืบหน้าของดีลพันธมิตร 2300 เมกะเฮิร์ซกับทีโอที เราเชื่อว่ากรอบระยะเวลาของทั้งสองคลื่นความถี่ยังคงมีไม่แน่นอนภายในปี 2560 เรายังคงคำแนะนำ ถือ โดยรอการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลัก และความชัดเจนที่มีมากขึ้นสำหรับคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซของทีโอทีและการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซในอนาคต

สรุปผลประกอบการไตรมาส 4/59 – กำไรน่าผิดหวังอย่างมาก

DTAC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 เพียงแค่ 30 ล้านบาท ลดลง 97% YoY และ 95% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 4/59 ซึ่งได้แก่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 7 ล้านบาทและค่าใช้จ่ายที่บันทึกครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ 146 ล้านบาท กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 169 ล้านบาท ลดลง 82% YoY และ 74% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักต่ำกว่า 93% และ 57% ตามลำดับ เนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวดังที่ได้กล่าวข้างต้น รายได้บริการที่ลดลงมากกว่าคาด ต้นทุนด้านกฎระเบียบที่สูงกว่าคาด และผลขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่สูงกว่าคาด ผลขาดทุนขั้นต้นของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์อยู่ที่ 835 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1,439% YoY และ 33% QoQ เนื่องจากเงินอุดหนุน ค่าเครื่องโทรศัพท์ที่ให้กับลูกค้าโพสต์เพดเพิ่มขึ้น รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) ลดลง 3.6% YoY และ 1.1% QoQ (ดูรายละเอียดในหน้า 4)

เป้ารายได้บริการและ EBITDA ทรงตัวสำหรับในปี 2560

บริษัทตั้งเป้ารายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) และ EBITDA ปี 2560 ทรงตัว และถึงแม้ว่าภาวะอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยังคงแข่งขันรุนแรงในปี 2560 แต่บริษัทเชื่อว่าจากคุณภาพโครงข่ายที่ดีขึ้น แพ็กเก็จโปรโมชั่นที่สร้างความคุ้มค่ามากขึ้น วินัยทางการเงินและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านอื่นๆ บริษัทจะสามารถรักษาระดับรายได้บริการและ EBITDA ไว้เท่าเดิมเหมือนในปีที่ผ่านมา แต่เราเชื่อว่ามันเป็นความท้าทาย อย่างมากสำหรับ DTAC ที่จะรักษาระดับรายได้บริการและ EBITDA ให้ได้เท่าเดิม เนื่องจากเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่ให้กับลูกค้าโพสต์เพดจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในปี 2560 ในขณะที่เงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่ให้กับลูกค้าพรีเพดก็จะยังคงจำเป็นสำหรับ DTAC เพื่อพยุงและรักษารายได้พรีเพดไม่ให้ลดลงมากกว่านี้ในปี 2560 (นอกเหนือจากปัจจัยบวกเรื่องคุณภาพโครงข่ายที่ดีขึ้นและโปรโมชั่นที่สร้างความคุ้มค่ามากขึ้น) เราใช้สมมติฐานรายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) ลดลง 0.6% YoY สำหรับปี 2560 และ EBITDA มาร์จิ้นลดลงเหลือ 32% ในปี 2560 (จาก 33.4% ในปี 2559)

และเนื่องจาก DTAC ได้ทำการขยายโครงข่าย 4 จีไปแล้วจำนวนมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทยังคงเป้างบลงทุนไว้ที่ 1.7–2 หมื่นล้านบาทสำหรับในปี 2560 (ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับงบลงทุน 2.03 หมื่นล้านบาทในปี 2559) ซึ่งในปี 2560 จะเน้นการลงโครงข่ายให้หนาแน่นมากขึ้น และส่วนหนึ่งไว้เตรียมรองรับการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ในอนาคต ซึ่งรวมถึงคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซและ 2600 เมกะเฮิร์ซ ถึงแม้ว่าบริษัทเองจะยืนยันว่าตัวเลขงบลงทุนในปี 2560 ได้รวมค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับทีโอทีสำหรับการเข้าใช้คลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซ แต่เราก็เชื่อว่าตัวเลขงบลงทุนดังกล่าวดูต่ำเกินไป ถ้า DTAC ชนะดีลพันธมิตรสำหรับคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซกับทีโอทีภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 และเงินลงทุนในคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซจะเริ่มบันทึกเข้ามา ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560


ปรับลดกำไรสุทธิปี 2560 ลงจากเดิม

เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ลงอีก 28% (มาอยู่ที่ 2.48 พันล้านบาท) และปรับลด EBITDA ลงอีก 5% (มาอยู่ที่ 2.64 หมื่นล้านบาท) เพื่อสะท้อนรายได้บริการที่ลดลงและขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราปรับลดสมมติฐานงบลงทุนปี 2560 ลงอีก 12% (มาอยู่ที่ 2.03 หมื่นล้านบาท) และไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซของทีโอที (เนื่องจากเราใช้สมมติฐานว่าหาก DTAC ชนะดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซของทีโอที บริษัทจะเริ่มรับรู้ค่าใช่จ่ายต่างๆ ของดีลนี้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป)