"สศค." ปรับเพิ่ม “จีดีพี” ปีนี้เป็น 3.6% จากเดิม 3.4% ชี้แรงหนุนจากภาครัฐหลังอัดงบ 1.9 แสนล้าน พร้อมระบุมีลุ้นโตถึง 4% หากส่งออกโตเกิน 2.5%
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้เป็น 3.6% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.4% มีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3.1-4.1% ซึ่งปัจจัยหลักของการปรับเพิ่มประมาณการในครั้งนี้ มาจากแรงกระตุ้นของภาครัฐที่ตั้งงบกลางปีเพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2559 สศค. คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.2% จากคาดการณ์เดิมที่ประเมินว่าจะขยายตัว 3.3%
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2560 ยังได้รับแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวน 1.9 แสนล้านบาท และ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมใหม่ๆ ที่คาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ ในปี 2560 อาทิ โครงการรถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าในเขตเมือง โครงการมอเตอร์เวย์ และโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน และกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนในปี 2560 ที่เพิ่มขึ้น คาดว่า จะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องที่ 9.0%
เช่นเดียวกับการบริโภคภาครัฐที่ คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องที่ 3.2% ขณะที่ การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวที่ 3% ขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าจากแนวโน้มรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวดีขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก และแนวโน้มการจ้างงานและรายได้นอกภาคเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาพรวม
นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 2.7% ตามภาวะเศรษฐกิจภาพรวมที่ฟื้นตัวขึ้น และการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติและกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชน
ขณะเดียวกัน นโยบายการเงินที่ผ่อนปรนอย่างต่อเนื่องยังมีส่วนช่วยให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับที่ สนับสนุนการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน ด้านเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่เริ่มมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามลำดับ คาดว่า จะส่งผลดีต่อปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าส่งออก และการส่งออกบริการคาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
“ปัจจัยหลักที่ทำให้เราปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้ เป็นเรื่องของการใช้จ่ายภาครัฐที่รัฐบาลตั้งงบประมาณกลางปีเพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท แต่ในจำนวนนี้เป็นงบที่ตั้งเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 2.7 หมื่นล้านบาท ทำให้เหลืองบใช้กระตุ้นเศรษฐกิจจริงราว 1.6 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ เราคาดว่า จะมีการเบิกจ่ายราว 65-70% แต่ถ้าสามารถเบิกได้เต็มจำนวนและหากการส่งออกทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ 2.5% เราก็คาดว่าจีดีพีปีนี้จะโตได้มากกว่า 4%”
ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2560 จะอยู่ที่ 1.8% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.3-2.3% ปรับตัวสูงขึ้นจากปีนี้ ตามแนวโน้มราคาพลังงานที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ในการประมาณการเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจด้านต่างๆของสหรัฐ แต่ในเบื้องต้น เราคาดว่า ในระยะสั้น การดำเนินนโยบายของสหรัฐจะส่งผลดีกับไทย
ทั้งนี้ การประเมินจีดีพีดังกล่าวอยู่บนสมมติฐานหลัก ประกอบด้วย 1.อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของ 15 ประเทศคู่ค้า ซึ่งคาดว่า จะขยายตัวดีขึ้นเป็น 3.4% จากคาดการณ์เดิม 3.34% 2.อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์คาดอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 35.75 บาทต่อดอลลาร์ จากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ ความเสี่ยงเรื่องเบร็กซิทของอังกฤษ และผลการชำระหนี้ของกรีซในปีนี้จำนวน 2.6 หมื่นยูโร ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าและผันผวน
3.ราคาน้ำมันดิบดูไบคาดการณ์อยู่ในระดับ 53.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 53.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยความร่วมมือด้านการลดกำลังการผลิตของหลายประเทศ เป็นปัจจัยหลักในการปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันในครั้งนี้ 4.การส่งออกคาดการณ์ว่า จะขยายตัวได้ 2.5%จากเดิม 1.8% ตามแนวโน้มราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก
5.อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดการณ์เท่าเดิมที่ 1.5% โดยมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ยังไม่มีสัญญาณด้านความร้อนแรงของเศรษฐกิจเกิดขึ้น 6.การท่องเที่ยวปรับคาดการณ์นักท่องเที่ยวลดลงเป็น 35 ล้านคน ขยายตัว 7.3% รายได้อยู่ที่ 1.84 ล้านล้านบาท เนื่องจาก คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2559 อยู่ที่ 32.6 ล้านคน ต่ำกว่าที่คาดไว้เมื่อเดือน ต.ค.เนื่องจากมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2559 คาดว่า จะสามารถขยายตัวได้ 3.2% เร่งขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการใช้จ่ายภาครัฐที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเป็นสำคัญ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐบาล ประกอบกับ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งในระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2559 ที่มีความต่อเนื่อง
ด้านการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น มาตรการเงินโอนเพื่อผู้มีรายได้น้อยและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ประกอบกับ เงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อนเช่นกัน จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและการลงทุนภาครัฐในโครงการสำคัญต่างๆ ที่มีความก้าวหน้าและชัดเจนมากขึ้น
สำหรับปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยได้รับแรงส่งจากการส่งออกสินค้าที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2559 อยู่ที่ 0.2% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนตามการเพิ่มขึ้นของราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นสำคัญ








