วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 มกราคม 2560

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังปริมาณแท่นขุดเจาะสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้นักลงทุนต่างกังวลในเรื่องของการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคว่าจะสามารถทำตามข้อตกลงได้หรือไม่

- Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 15 แท่น มาอยู่ที่ 566 แท่น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 58 นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐ ในปีนี้ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 320,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 12.8 ล้านบาร์เรล/วัน

- ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทจากอิหร่านปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากระดับ 2.16 ล้านบาร์เรลในเดือนนี้ มาอยู่ที่ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. 60 นอกจากนี้ นักเก็งกำไรยังคาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตจากอิหร่านมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากอิหร่านต้องการที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด หลังพ้นการคว่ำบาตรจากสหรัฐ และสหภาพยุโรป และอาจเป็นเหตุให้ปริมาณการส่งออกจากอิหร่านเพิ่มมากขึ้น

- ปริมาณการผลิตของลิเบียปรับเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ 700,000 บาร์เรลต่อวันอีกครั้ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่แหล่งผลิตน้ำมัน Sarir และเป็นเหตุให้ปริมาณการผลิตในประเทศปรับลดลง 60,000 บาร์เรลต่อวัน

+ CFTC รายงานสถานการณ์การลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขาย NYMEX ที่นิวยอร์กและ ICE ที่ลอนดอน  ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 ม.ค. 60 พบว่าผู้จัดการกองทุนมีปริมาณการถือครองสัญญาน้ำมันดิบสุทธิ (Net Long Position) ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 420,513 สัญญา ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสองสัปดาห์ติดต่อกัน จากความหวังว่าอุปทานจะตึงตัว จากข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของประเทศอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม อุทานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากถูกกดดันจากการส่งออกจากประเทศจีนและเกาหลีใต้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการส่งออกจากตะวันออกกลางและอินเดีย อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการจากประเทศอินโดนีเซีย

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

           ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

           ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคว่าจะสามารถทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ โดยล่าสุดรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียคาดการณ์ว่าปัจจุบันผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคลดกำลังการผลิตลงแล้ว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือประมาณร้อยละ 80 ของทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถทำได้ตามข้อตกลงที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในสิ้นเดือนนี้ นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดของซาอุดิอาระเบียปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว ทั้งนี้การประชุมเพื่อติดตามผลของข้อตกลงจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค. 2560

- ค่าเงินดอลลาร์ ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์และส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ หรือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแต่อย่างใด นโยบายโดยส่วนใหญ่ที่มีการดำเนินการคือนโยบายกีดกันการค้าและการอพยพของแรงงาน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงทรงตัวในระดับสูง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล จากอัตราการกลั่นที่ปรับลดลงตามอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้น

                                        -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999