ศูนย์วิจัยกสิกรประเมินสินเชื่อปีนี้โต 4% แรงหนุนจากสินเชื่อรายย่อย และการลงทุนภาครัฐ-เอกชน สินเชื่อเช่าซื้อคาดปีนี้จะพลิกกลับมาบวก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ โดยประเมินว่าา ทิศทางการเติบโตของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยปีนี้ปรับตัวดีขึ้้นมาเติบโตที่ 4.0%หรือเพิ่มขึ้นราว 3.4-5.6 แสนล้านบาทจากปี 2559 อานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีสมดุลมากขึ้น ด้วยแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสินเชื่อรายย่อยที่คาดว่าจะเป็นตัวนำการเติบโตของสินเชื่อรวมด้วยเช่นกัน ด้วยอัตราเติบโต 5.5% จากสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่คาดว่าจะยังโตได้ดีที่ระดับ 7% เท่ากับปีก่อนหน้า และสินเชื่อเช่าซื้อที่คาดว่าจะพลิกกลับมาอยู่ในแดนบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังผลของโครงการรถคันแรกทยอยลดบทบาทลง
ส่วนปีที่ผ่านมา การลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวอย่างล่าช้า และการเปลี่ยนแปลงแหล่งระดมเงินของภาครัฐ และการชำระคืนสินเชื่อของภาคธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยก็โตชะลอ เนื่องจากธนาคารระวังความเสี่ยง และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีถูกกระทบจากอำนาจซื้อในประเทศที่เปราะบาง ส่งผลให้สินเชื่อโตในอัตราชะลอลงมาที่ 1.26% เทียบกับปี 2558 ที่ทำได้ 3.43% ซึ่งถือเป็นว่าโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี
สำหรับแนวโน้มเงินฝากนั้น คาดว่าการแข่งขันระดมเงินฝากจะเริ่มกลับมาเข้มข้นขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2560 เนื่องจากอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากและตั๋วแลกเงิน (LTD+B/E) ซึ่งเป็นเครื่องชี้สภาพคล่องมีแนวโน้มไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องและอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลกเริ่มกลับสู่ขาขึ้นหลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐช่วงท้ายปี 2559 และยังมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นต่อในปีนี้่ สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน
“ปีนี้ เป็นจังหวะดีของผู้บริโภคที่จะได้รับผลตอบแทนจากเงินออม โดยเฉพาะเงินฝากพิเศษที่คงขยับตัวสูงขึ้นตามดอกเบี้ยในตลาดเงินไทยซึ่งเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับตลาดการเงินโลก ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้อาจยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและเพิ่มทางเลือกในการออมให้กับลูกค้า”
ส่วนปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนการเงิน ผนวกกับการชะลอความเข้มข้นในการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษใหม่ ส่งผลให้เงินฝากทั้งระบบขยายตัวในระดับเดียวกับปีก่อนหน้าที่ 1.46%
ในปีที่ผ่านมา ธนาคารลดความเข้มข้นออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษใหม่เพื่อทดแทนเงินฝากเดิมที่ครบกำหนด ทั้งในด้านข้อเสนอดอกเบี้ยที่ไม่หวือหวา และในด้านเม็ดเงินที่ต้องการระดมทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 ที่จำนวนผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษออกใหม่ลดลงเหลือเพียง 20 ผลิตภัณฑ์ เทียบกับจำนวนผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ครบกำหนดในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งมีจำนวนถึง 39 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนความตื่นตัวในการบริหารต้นทุนการเงินของธนาคาร ไม่ให้เป็นภาระมากเกินไปและเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะสินเชื่อที่โตชะลอลง









