วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCC - ซื้อ

ไปต่อสิ รออะไร

ประเด็นการลงทุน

มุมมองของผู้บริหารต่อความต้องการใช้ปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้างภายในประเทศที่อ่อนตัวนั้นใกล้เคียงกับกับคาดการณ์ของตลาด แต่มุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจปิโตรเคมีกลับน่าจะเป็นสิ่งที่ตลาดยังไม่ได้คาดไว้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเป็นการเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่าธุรกิจปิโตรเคมีได้แตะถึงจุดสูงสุดแล้ว โดยเราคาดว่าจะเห็นตลาดปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนแนวโน้มของธุรกิจปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้เดิม เรายังคงคำแนะนำที่ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้หมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 620 บาท

กำไรไตรมาส 4/59 มากกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์

SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ที่ 1.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 11% QoQ โดยผลประกอบการณ์มากกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ที่ 13% และ 32% ตามลำดับ เนื่องจากกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีมากกว่าที่คาดการณ์ แม้ว่า โรงงาน ROC จะปิดซ่อมบำรุง แต่กำไรของธุรกิจปิโตรเคมียังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 32% YoY จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัทร่วม โดยเฉพาะสาย BD (Butadiene) และ Chandra Asri ทั้งนี้ธุรกิจซิเมนต์-วัสดุก่อสร้างยังคงอ่อนตัวโดยกำไรหดตัวถึง 39% YoY เนื่องจากการควมต้องการใช้ปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในประเทศที่อ่อนตัวและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงงานใหม่ ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์นั้น กำไรลดลง 47% YoY จากราคาวัตุดิบที่สูงขึ้น, ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและฐานที่สูงจากกำไรจากการขายกิจการ

ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกแก่ธุรกิจปิโตรเคมี

ดูเหมือนว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมีในระยะสั้นจะแข็งแกร่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่วนต่างราคาผลืตภัณฑ์ปิโตรเคมีคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหลังจากเทศกาลวันตรุษจีน จากลูกค้ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มสต๊อกสินค้าคงคลังเนื่องจากเชื่อว่าราคาปิโตรเคมีจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ อย่างเช่น เบนซีนและโทลูอีน ก็มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงกว่าที่คาดไว้ หนุนโดยอุปทานที่ตึงตัวจากประเทศจีน นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทร่วมก็มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาย BD และ Chandra Asri โดยส่วนต่างราคา BD เทียบกับแนฟทาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากเดิมที่ 702 เหรียญต่อตัน ในไตรมาส 3/59 มาอยู่ที่ 1,158 เหรียญต่อตันในไตรมาส 4/59 และ 2,014 เหรียญต่อตัน
ในไตรมาส 1/60 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากอุปสงค์จากประเทศจีนซึ่งหนุนโดย มาตรการภาษีรถอีโคคาร์และราคายางธรรมชาติที่สูง

การเติบโตของกำไรจากธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จะยังไม่เห็นจนกระทั่งไตรมาส 1/60

ความต้องการใช้ซิเมนต์ในประเทศคาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 เนื่องจากอุปสงค์จากกลุ่มที่อยู่อาศัยและกลุ่มอาคารพาณิชย์ยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัวจนถึงปลายปี ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ภาครัฐเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตของความต้องการใช้โดยรวมได้ ทั้งนี้ SCC คาดว่าต้องการใช้ซิเมนต์ในประเทศจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีนี้และเชื่อว่าความต้องการวัสดุก่อสร้างและกระเบื้องเซรามิกจะอ่อนตัวลงตลอดทั้งปี นอกจากนี้ค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากโรงงานซีเมนต์แห่งใหม่ในประเทศเมียนมาร์ (เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ในเดือน ม.ค. 2560) และประเทศลาว (เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือน ในไตรมาส 1/60) จะเป็นแรงกดดันต่อกำไรธุรกิจซิเมนต์-วัสดุก่อสร้าง

อัพเดทอื่นๆ

โครงสร้างผู้ถือหุ้นของโครงการ Longson จะสรุปได้ภายในไตรมาส 1/60 และ เริ่มทำการก่อสร้างในปี 2561 ส่วนงบลงทุนปี 2560 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากดีลการซื้อกิจการถูกเลื่อนมาจากปีที่แล้ว