เปิดโผ "5หุ้น" กำไรไตรมาส 4 โดดเด่น โตกว่าไตรมาสก่อนหน้าเกิน 20%
เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการประจำปี 2559 ของบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์ประเมินหุ้นที่คาดว่าจะมีกำไรไตรมาส 4/2559 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเกิน ระดับ 20%
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า หุ้นที่คาดว่างวดไตรมาส 4/2559 จะเติบโตเด่นทั้งจากไตรมาส 3/2559 และไตรมาส 4/2558 เช่น อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) คาดไตรมาส 4/2559 มีกำไรสุทธิ 469 ล้านบาท เติบโตจากฐานต่ำ 1.6 เท่าตัว หนุนด้วยรายได้ขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมราว 1.15 พันล้านบาท รวมถึงมีที่ดินในอมตะนครที่ขายและรับรู้รายได้ทันทีบางส่วน ด้านอัตรากำไรขั้นต้น จากการขายที่ดินน่าจะอยู่ที่58% ส่วนประมาณการ ทั้งปีคาดกำไร 924 ล้านบาท ลดลง 24% แต่ดีกว่าที่เคยคาดไว้
ด้าน พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2559 เท่ากับ 8.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากทุกธุรกิจ ทั้งโรงกลั่นที่ได้รับอานิสงส์ จากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น 48.8% ตามฤดูกาล รวมถึงจะมีการบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันตามราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น และธุรกิจอะโรเมติกส์คาดจะได้รับปัจจัยหนุนจากการกลับมาเดินเครื่องโรงงานเป็นปกติ เช่นเดียวกับ ธุรกิจโอเลฟินส์ที่คาดจะได้รับผลบวกจากอัตราการเดินเครื่องโรงงานเพิ่มขึ้น หนุนให้อีบิทดา มาร์จินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่25-26%
ส่วน ค้าเหล็กไทย (TMT) คาดกำไรสุทธิ 195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน หลักๆ หนุนด้วยการปรับขึ้นของราคาเหล็กโลก อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกในประเทศหลังกรมการค้าออกมาตรการป้องกันการทุ่มตลาด สำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อน และท่อเหล็กชั่วคราว 4 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย. 59 ทำให้ราคาขายเหล็กเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน เป็น 1.9 หมื่นบาทต่อตัน
นอกจากนี้ คาดว่าจะส่งผลบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นกลับมาอยู่ที่11.5% จาก 8.8% ในไตรมาสก่อน ส่วนปริมาณการขายเหล็กแม้ลดลง 10% จากไตรมาสก่อน เหลือ 1.6 แสนตัน เนื่องจากวันหยุดช่วงสิ้นปี กอปรกับลูกค้ากลุ่มดีลเลอร์สะสมสต็อกไปมากแล้วในไตรมาสก่อน แต่เชื่อว่าการปรับขึ้นของราคาเหล็กมีน้ำหนักมากกว่า โดยรวมจึงหนุนกำไรโตเด่น ส่วนกำไรสุทธิรวมปี 2559 คาดทำได้ 901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181% จากปีก่อน
ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/2559 ของ โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และแสนสิริ (SIRI) น่าจะเติบโตเกิน 20%
สำหรับ โฮมโปร คาดกำไรสุทธิได้รับแรงหนุนจาก ยอดขายที่ยังเติบโต 10% จากปีก่อนเป็น 15,565 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสนี้มีการเปิดสาขา HomePro 2 สาขา Mega Home 2 สาขา และมาเลเซีย 1 สาขา อีกทั้งมีการจัดงาน HomePro Expo ซึ่งได้รับการตอบรับดี ทำยอดขายประมาณ 670 ล้านบาท นอกจากนั้น คาดว่าภาษีจ่ายลดลง เนื่องจากการที่รัฐบาลให้นำเงินลงทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้น เราประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/59 จะเพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาสก่อน เป็น 1,226 ล้านบาท
ส่วน แสนสิริ กำไรสุทธิไตรมาส 4/59 จะได้แรงหนุนจากการส่งมอบคอนโดมิเนียมที่ร่วมทุน รวมถึงโครงการของบริษัท คือ 98 Wireless คาดมีกำไรสุทธิ 1,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118% จากไตรมาสก่อน แต่โดยภาพรวมทั้งปี คาดว่ากำไรสุทธิจะทำได้ 3,098 ล้านบาท ลดลง 11.6% จากปีก่อน








