วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บริษัทจดทะเบียนเร่งสร้างโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น

ไทยโซลาร์เร่งเจรจาสร้างโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น ชี้กำลังการผลิตรวม17 เมกะวัตต์คาดสรุปเดือนก.พ.นี้ ย้ำไม่ต้องเพิ่มทุน “เชาว์ สตีล”ดันลูกเข้าเอ็มเอไอ

นางสาวแคทลีน  มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) TSE  กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ประมาณ 3-4 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกันมากกว่า 17 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการบริหารในเดือนก.พ.นี้

“บริษัทคาดว่าจะมีความชัดเจนการลงทุนในญี่ปุ่นภายในเดือนหน้า หากทำรายการในครั้งนี้สำเร็จบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเข้าลงทุนโดยไม่ต้องเพิ่มทุน”

ทั้งนี้ เป้าหมาย 3 ปีข้างคาดว่าจะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 300 เมกะวัตต์ มาจากทั้งในและต่างประเทศ จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกือบ100 เมกะวัตต์ จากโครงการโซลาร์ฟาร์ม และ โซลาร์รูฟทอป ทั้งหมด 26 โครงการ ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมีโรงงานที่ติดตั้ง 20 - 25 โรงงาน กำลังการผลิตรวมประมาณ 25 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายจะขยายการผลิตในส่วนดังกล่าวให้ได้ 100 เมกะวัตต์ 

แผนปีนี้บริษัทคาดรายได้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากมีการรับรู้การจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น โดยอีก2 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้2 โรงงาน กำลังการผลิตรวม 3.24 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าญี่ปุ่นรวม 5.24 เมกะวัตต์ 

นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) CHOW กล่าวว่าบริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทย่อยคือบริษัทเชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอ ช่วงไตรมาสที่2ปีนี้ โดยได้ตั้งบริษัทเอเซียพลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

การเข้าระดมทุนครั้งนี้บริษัทจะลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 87.3 % เหลือ 65 % ปัจจุบันบริษัทมีการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 42 เมกะวัตต์ และสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟที่ 100 เมกะวัตต์ โดยหลังจากการเข้าระดมทุนแล้ว ในปี 2561 บริษัทมีแผนจะตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโดยจะนำโรงไฟฟ้าเข้าจำหน่ายในกองทุนกำลังการผลิตรวมไม่ต่ำกว่า50 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องพิจารณาก่อนว่าจะนำกองทุนเข้าระดมทุนที่ญี่ปุ่น หรือไทย เนื่องจากการระดมทุนในประเทศญี่ปุ่นมีความน่าสนใจ เพราะทิศทางอัตราเงินเฟ้อยังติดลบ ทำให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนอาจกำหนดได้ต่ำกว่าไทย