กองทุนเปิดอีทีเอฟผลตอบแทนคึกคัก กลุ่มอาหารพุ่ง 49% พบTDEX มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด ทะลุ 1.72 หมื่นล้าน นักวิเคราะห์ชี้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีกลุ่ม
เหตุจากการแบ่งสัดส่วนการลงทุน ชี้มูลค่าการซื้อขายไม่คึกคัก เหตุนักลงทุนไม่เชี่ยวชาญ มองเหมาะกับผู้เริ่มต้นลงทุน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานความเคลื่อนไหวของผลตอบแทนกองทุนรวมกลุ่มดัชนี หรือ กองทุนเปิดอีทีเอฟ ในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา พบว่าหลายกองทุนให้ผลตอบแทนที่ดี โดยกองทุนเปิด KTAM SET FOOD AND BEVERAGE ETF TRACKER หรือ EFOOD ราคาปิดการซื้อขายที่ 6.84 บาทต่อหน่วยลงทุน ปรับเพิ่มขึ้น 49.34 %: กองทุนเปิด KTAM SET ENERGY ETF TRACKER หรือ ENY ปิดการซื้อขายที่ 5.74 บาทต่อหน่วยลงทุน หรือปรับเพิ่มขึ้น 42.79% กองทุนเปิด KTAM SET COMMERCE ETF TRACKER หรือ ECOMM ปิดการซื้อขายที่ 7.42 บาทต่อหน่วยลงทุน หรือเพิ่มขึ้น 39.21% กองทุนเปิด MTRACK ENERGY ETF หรืิอ ENGY ปิดการซื้อขายที่ 5.11 บาทต่อหน่วยลงทุน หรือเพิ่มขึ้น 37.74% และกองทุนเปิดเค โกลด์ อีทีเอฟ หรืิอKG965 ปิดการซื้อขายที่ 20.26 บาทต่อหน่วยลงทุน หรือเพิ่มขึ้น 37.74%
ทั้งนี้ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์รายงานว่า การลงทุนผ่านกองทุนเปิดอีทีเอฟในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้รับความนิยมมากนัก โดยปัจจุบันมีกองทุนเปิดอีทีเอฟทั้งสิ้น 15 กองทุน ลดลงจากช่วง3 ปีก่อนที่มีปริมาณกองทุนสูงถึง 21 กองทุน ในส่วนมูลค่าการซื้อขาย กองทุนเปิดอีทีเอฟ ในปี 2559 อยู่ที่ 6,505.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558ที่ 5,433.21 ล้านบาท
โดยจากรายงานพบว่า กองทุนเปิดอีทีเอฟ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกนั้น ได้แก่ กองทุนเปิด ไทยเด็กซ์ เซ็ท 50 อีทีเอฟ TDEX มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 17,271.13 ล้านบาท อันดับที่ 2 กองทุนเปิด KTAM SET FOOD AND BEVERAGE ETF TRACKER หรือ EFOOD อยู่ที่ 4,103.19 ล้านบาท อันดับที่ 3 กองทุนเปิดธนชาตอีทีเอฟทองคำแท่ง TGOLDETF อยู่ที่ 3,870.77 ล้านบาท อันดับที่ 4 กองทุนเปิด MTRACK ENERGY ETF หรือ ENGY อยู่ที่ 3,832.12 ล้านบาท และ กองทุนเปิด KTAM SET COMMERCE ETF TRACKER หรือ ECOMM อยู่ที่ 3,549.18 ล้านบาท
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกองทุนรวมอีทีเอฟในหลายหลักทรัพย์นั้นเป็นไปตามการปรับเพิ่มขึ้นของหุ้นที่กองทุนอีทีเอฟถืออยู่ หากพิจารณาจะพบว่าการปรับเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยค่อนข้างดีกว่าการปรับเพิ่มขึ้นของกลุ่มอุตสาหกรรมที่อีทีเอฟใช้อ้างอิง
“การปรับเพิ่มขึ้นของอีทีเอฟเป็นการปรับเพิ่มขึ้นตามหุ้นอ้างอิงที่อีทีเอฟตัวนั้นๆเข้าถืออยู่หากพิจารณานรายละเอียดจะพบว่า กองทุนเปิดอีทีเอฟแต่ละหลักทรัพย์จะมีผลงานที่ดีกว่าดัชนีกลุ่ม อย่างใน อีฟู๊ด มีผลตอบแทนในปีที่แล้ว 49%ขณะที่ดัชนีในกลุ่มอาหารให้ผลตอบแทนที่ 40 % ซึ่งเกิดจากการแบ่งน้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ของกองอีทีเอฟด้วย”
โดยการปรับขึ้นของกองทุนเปิดอีทีเอฟนั้น เป็นการปรับขึ้นตามกลุ่มอาหารที่มีราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี รวมถึงกลุ่มพลังงานที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ภาพของการลงทุนในอีทีเอฟในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้รับความนิยมมากนักเหตุเพราะว่านักลงทุนยังไม่รู้จักกับการลงทุนในอีทีเอฟว่ามีประโยชน์อย่างไร และเลือกที่จะลงทุนในหุ้นโดยตรงมากกว่า ส่วนหนึ่งกองทุนเปิดอีทีเอฟ จะเหมาะกับนักลงทุนสถาบันต่างชาติ ที่ต้องการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทย ที่ต้องการจะเข้าซื้อหุ้นในทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมไม่ได้จะเลือกซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษ
นอกจากนี้บางกองทุน อย่างอีทีเอฟในกลุ่มทองคำ ที่มีความเสี่ยงในหลายส่วน นอกจากจะอ้างอิงจากราคาทองคำแล้วยังมีปัจจัยค่าเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้การลงทุนทำได้ยาก
สำหรับคำแนะนำการลงทุนผ่านกองทุนเปิดอีทีเอฟ สำหรับนักลงทุนทั่วไปนั้น การลงทุนในอีทีเอฟจะเหมาะกับนักลงทุนที่พึ่งเริ่มต้นลงทุน และต้องการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งหากจะเข้าลงทุนนั้นนักลงทุนควรดูในรายละเอียดว่าแต่ละกองทุนลงทุนในหลักทรัพย์ใดบ้างและให้น้ำหนักการลงทุนแต่ละหลักทรัพย์เท่าใด รวมถึงพิจารณาสภาพคล่องการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการในอีทีเอฟในแต่ละหลักทรัพย์ด้วย






