วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้ปักธงปีนี้เอยูเอ็มทะลุ2แสนล.

บลจ.ทิสโก้ตั้งเป้าเอยูเอ็มปี60โต10% หวังเม็ดเงินทะลุ2แสนล้านลุยทริกเกอร์ฟันด์หุ้นต่างประเทศทั้ง อินเดีย-จีน-ญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังชะลอ

ย้ำสถานการณ์น่าไม่ต่างจากปีก่อน พร้อมส่งกองทุนรวมสร้างผลตอบแทนระยะยาวและบริหารพอร์ตส่วนบุคคลเจาะลูกค้ารายใหญ่

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี60 บริษัทตั้งเป้าหมายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เติบโตประมาณ 10%หรือประมาณ 210,000 ล้านบาท จากปี59 อยู่ที่ 192,000ล้านบาท เติบโต8%จากปีก่อนหน้า หรือในช่วงปี 58 อยู่ที่178,000 ล้บาท นับว่าเอยูเอ็มของบริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสัดส่วนการลงทุนในช่วงปี 60 คาดว่า แต่ละกองทุนที่บริษัทบริหารจัดการจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อกองทุน โดยในปีที่ผ่านมาแต่ละกองทุนมีสัดส่วนแบ่งออกเป็น กองทุนรวมประมาณ 34,000 ล้านบาท เติบโต 10% กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ประมาณ 38,000 ล้านบาท เติบโต 10% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ประมาณ 120,000 ล้านบาท เติบโต10% เช่นกัน

นายธีรนาถ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์บริษัทในช่วงปี60 บริษัทยังคงเน้นการเติบโตของทั้ง 3 กองทุนหลัก ทั้งกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในส่วนของกองทุนรวมนั้น ในฐานะบริษัทเป็นผู้นำและเป็นเจ้าตลาดกองทุนหุ้นประเภท “ทริกเกอร์ฟันด์”ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะออกกองทุนดังกล่าวต่อเนื่อง แต่อาจจะออกมาเสนอขายไม่มากเท่ากับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงมีอยู่ ซึ่งปัจจัยลบที่เข้ามายากที่จะคาดการณ์

ดังนั้น ในปีนี้บริษัทจะเน้นออกทริกเกอร์หุ้นต่างประเทศเป็นหลัก  สำหรับช่วงปีนี้ในเบื้องต้นบริษัทเห็นความน่าสนใจในหุ้นตลาดอินเดีย ตลาดจีน และตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก ส่วนทริกเกอร์หุ้นไทยในปีนี้คงจะชะลอออกกองทุนไปก่อน

“ในปีนี้มองว่า ยังคงอยู่ในสถานการณ์เดิมๆ ซึ่งยากต่อการตั้งกองทริกเกอร์ ดังนั้น ฝ่ายลงทุนต้องประเมินให้รอบครอบก่อนตัดสินใจ ในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งการออกทริกเกอร์แน่นอนว่า ปีนี้ก็ยังได้เห็นอยู่ แต่คงมีไม่มากเหมือนก่อน และทริกเกอร์หุ้นไทยในปีนี้อาจจะไม่มี จะเน้นทริกเกอร์เกอร์ต่างประเทศเป็นหลัก อย่าง อินเดีย จีน และญี่ปุ่น”

นายธีรนาถ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกองทุนรวมประเภทอื่น บริษัทจะนำกองทุนที่มีคุณภาพที่มีการเสนอขายไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา มาต่อยอดในปีนี้ เพราะเชื่อว่ากองทุนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว ที่สำคัญตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วย          

นอกจากนี้ ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในฐานะที่เป็นเจ้าตลาด บริษัทจะยังคงเดินหน้าผลักดันเอยูเอ็มของกองทุนนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

“ในช่วงปีนี้มีสถาบันไว้ใจให้บริษัทเข้าไปช่วยบริหารจัดการเม็ดเงินลงทุนดังกล่าว ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่จะเข้ามาในปีนี้ และบริษัทมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าสำรองเลี้ยงชีพปีนี้เติบโตดี”นายธีรนาถ กล่าว

ส่วนกองทุนส่วนบุคคล คาดว่า จะเติบโตจากช่วงปีก่อนเฉลี่ยประมาณ 10% จากการประเมินเบื้องต้นในช่วงปีนี้จะมีเงินไหลเข้ามาประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท กองทุนดังกล่าวในช่วงปีนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นเรื่องความไว้ใจในการบริหารพอร์ตลงทุนให้กับลูกค้ามากกว่า โดยเฉพาะเม็ดเงินที่เข้ามาใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นเม็ดเงินลงทุนของลูกค้ารายเดิมที่เชื่อใจบริษัทให้บริหารพอร์ตลงทุนให้