วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งร.ฟ.ท.ตั้งบริษัทสินทรัพย์ หวังเพิ่มรายได้ปีละหมื่นลบ.

"พิชิต" สั่ง "ร.ฟ.ท." เร่งแผนปฏิรูปตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ใน 3 เดือน ดันรายได้เพิ่มปีละ 1 หมื่นลบ. เตรียมถกคนร.พัฒนาที่ดินมักกะสัน 5 ม.ค.

กระทรวงคมนาคมเดินหน้าปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางร่าง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเร่งให้จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ให้เสร็จภายใน 3 เดือน

ตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะมีการปรับโครงสร้างร.ฟ.ท.ใหม่ โดยจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางขึ้นมากำกับดูแล ขณะที่ร.ฟ.ท.จะแยกการบริหารเป็น 3 บริษัทย่อย คือ บริษัทเดินรถ บริษัทซ่อมบำรุงและล้อเลื่อน และบริษัทบริหารสินทรัพย์

หลังจากครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฯ เพียงวันเดียว นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลร.ฟ.ท. ได้ประชุมมอบนโยบายให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารร.ฟ.ท.วานนี้ (28 ธ.ค.) โดยเร่งให้เร่งดำเนินการปฏิรูปให้เป็นรูปธรรม

นายพิชิต กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ต้องดำเนินแผนปฏิรูปองค์กรให้เป็นรูปธรรมและลดการขาดทุนเนื่องจากการที่ ร.ฟ.ท. ขาดทุนในลักษณะนี้ทำให้ต้องขอเงินสนับสนุนจากภาครัฐอยู่ทุกปี ถือเป็นการสร้างภาระให้แก่ประชาชนและทำให้องค์กรไม่มีโอกาสพัฒนาไปข้างหน้า จึงเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงและอยากให้แก้ไขโดยเร็ว

“ตั้งเป้าหมายว่า ร.ฟ.ท.ต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างต่ำปีละ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชดเชยผลขาดทุนปีละ 7,800 ล้านบาท มาจากจากการเดินรถ 7,500 ล้านบาทต่อปีและธุรกิจรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ราว 280-300 ล้านบาทต่อปี”

สั่งตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ใน3เดือน

นายพิชิต กล่าวว่า แนวทางคือ ร.ฟ.ท. ต้องจัดตั้งบริษัทพัฒนาบริหารสินทรัพย์การรถไฟให้แล้วเสร็จภายใน3เดือนและเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวทั้ง 100% แต่การบริหารจัดการจะมีความคล่องตัวแบบเอกชนเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดูแลและบริหารทรัพย์สินมากขึ้น

โดยเฉพาะการนำที่ดินเกือบ 40,000 ไร่ ซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการเดินรถและคิดเป็น 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดไปสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์อย่างคุ้มค่า เช่นบริเวณสถานีกลางบางซื่อ สถานีมักกะสัน และสถานีแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่และควรเร่งเปิดประมูลทั้งหมดภายในปี 2560 ตลอดจนการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ตามแนวรถไฟความเร็วสูง

ทั้งนี้ปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีรายได้จากการบริหารที่ดินเพียง 3,000 กว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนที่ต่ำกว่ามาตรฐานของตลาดค่อนข้างมาก และอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1% เท่านั้น ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับองค์กรอื่นๆ ซึ่งใกล้เคียงกับ ร.ฟ.ท. ที่ทำได้ถึง 4-5%

ชี้ปรับวิธีบริหารสินทรัพย์ดันรายได้เพิ่ม4เท่า

สำหรับกรณีที่มีผู้กังวลว่า การบริการจัดการแบบใหม่จะกระทบต่อค่าเช่าและผู้เช่าเดิมนั้น นายพิชิต ระบุว่า ได้ย้ำกับ ร.ฟ.ท. ว่าต้องดูแลให้เป็นไปตามอัตราของตลาด ไม่เอาเปรียบประชาชน และต้องไม่กระทบกับผู้เช่ามากเกินไป โดยอาจจะค่อยๆ ปรับขึ้น เพราะที่ผ่านมา ร.ฟ.ท. บริหารจัดการในลักษณะที่ต่ำเกินไปหรืออาจจะไม่ได้เก็บค่าเช่าในบางพื้นที่ ดังนั้นหากไม่มีการบริหารจัดการกันใหม่ก็เหมือนกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของ ร.ฟ.ท. ถูกคนอีกกลุ่มหนึ่งเอาเปรียบ

“การเปลี่ยนวิธีบริหารทรัพย์สินครั้งนี้จะทำให้รายได้ของการรถไฟฯ เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัว ซึ่งจะช่วยให้สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน โดยผมมั่นใจว่าภายในปี 2560 การรถไฟฯ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นและอีก2ปีน่าจะเห็นชัดเจนว่าสามารถปลดหนี้ได้หรือไม่” นายพิชิตกล่าว

ตั้งคณะทำงานร่วมเดินหน้าปฏิรูป

นายพิชิต กล่าวถึงการปฏิรูป ร.ฟ.ท.ว่ายังต้องดำเนินการอีกหลายด้าน ทั้งการปรับปรุงการเดินรถ เพราะปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ทั้งผู้มีรายได้น้อยและรายได้มาก แต่กลับได้รับการบริการแบบเดียวกัน ซึ่งทางการตลาดนั้นจำเป็นต้องมีการแบ่งกลุ่มผู้โดยสารเพื่อจะได้ให้บริการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

นอกจากนี้ ร.ฟ.ท. ต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วยการเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์จากกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงทำให้สัดส่วนการขนส่งสินค้าระบบรางมากขึ้น เมื่อโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่แล้วเสร็จ

นายพิชิตได้มอบหมายให้ ร.ฟ.ท. ไปจัดทำแผนและรายละเอียดของข้อสั่งการทั้งหมดมานำเสนอภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมให้ ร.ฟ.ท. ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวและทำงานร่วมกับคณะทำงานของกระทรวงคมนาคมที่นายพิชิตจะตั้งขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

“เบื้องต้นจะเร่งปรับโครงสร้างหนี้ที่มีอยู่ประมาณแสนล้านบาท โดยนำกระแสรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากแผนฟื้นฟูไปยื่นพร้อมกับแนวทางการชำระเงินที่แน่นอนในแต่ละปีผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะบริหารจัดการได้ไม่อยาก เพราะการรถไฟฯ เป็นองค์กรที่มีศักยภาพสูงในการทำรายได้ เนื่องมาจากทรัพย์สินที่มีอยู่ โดยเฉพาะที่ดินมักกะสัน สถานีแม่น้ำ และบางซื่อ เป็นพื้นที่แปลงสวยที่สุด สามารถทำรายได้ให้การรถไฟฯ และประเทศได้มหาศาล” นายพิชิต กล่าว

ถกแนวทางพัฒนาที่ดินมักกะสัน5ม.ค.

นายพิชิตยังกล่าวถึงการพัฒนาที่ดินมักกะสัน ของ ร.ฟ.ท. ว่า ส่วนตัวเห็นว่าคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ยังเปิดช่องให้ ร.ฟ.ท. และกระทรวงการคลังได้หารือกันว่าแนวทางใดจะทำให้เกิดประโยชน์ที่สุด

“การประชุมคนร. วันที่ 5 ม.ค.นี้ จะมีการหารือเรื่องดังกล่าวและคนร. ก็มีแนวโน้มที่จะมีความเห็นไม่ขัดข้องหาก ร.ฟ.ท. จะพัฒนาพื้นที่เอง เพียงแต่เวลานี้ ร.ฟ.ท.ต้องแสดงศักยภาพให้เห็นว่าสามารถทำได้”

สคร.ชี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพร.ฟ.ท.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า การจัดตั้งกรมขนส่งทางรางเป็นหนึ่งในแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ เพราะเป็นการแยกส่วนกำกับดูแลและฝ่ายปฏิบัติการออกจากกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจน และ ในอนาคตอาจจะเปิดให้เอกชนมาร่วมเดินรถ ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่แยกบทบาทการกำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย และฝ่ายปฏิบัติการออกจากกัน

นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา รองผู้อำนวยการสคร. กล่าวว่า กรมขนส่งทางรางจะเป็นผู้กำหนดราคาค่าบริการ หลักการเดียวกับที่กรมขนส่งกำกับดูแลราคาค่าบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ส่วนเรื่องการลงทุนระบบรางในอนาคตว่าใครจะต้องเป็นผู้ลงทุนระหว่างการรถไฟ หรือกรมขนส่งทางรางนั้น ตามร่างกฎหมายเจตนาตอนแรกยังเป็นหน้าที่ของการรถไฟ แต่อาจจะมีการแบ่งว่าเป็นการลงทุนในอดีต และการลงทุนปัจจุบัน ซึ่งกระบวนการนำเสนอกฎหมายจากนี้ไปร่างพ.ร.บ.ก็อาจจะมีการปรับแก้ไขได้