การเข้าซื้อธุรกิจลูกค้ารายย่อยหนุนสินเชื่อปี 60 เติบโต
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- เข้าซื้อธุรกิจลูกค้ารายย่อยจากธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) : ในการเข้าซื้อธุรกิจรายย่อยกลุ่มธนาคารจะรับโอนธุรกิจสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเพื่อการเคหะ สินเชื่อธุรกิจรายย่อย ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจเงินฝากบุคคล รวมทั้งธุรกิจบัตรเครดิต โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ 30 ก.ย. 59 ราว 5,500 ลบ. ประกอบด้วย สินทรัพย์ 41,600 ลบ.และหนี้สินประมาณ 36,100 ลบ.
- คงประมาณการกำไรปี 59แต่ปรับประมาณการกำไรปี 60 เพิ่มขึ้น 16% : ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 59 ตามเดิมที่ราว 5,010 ลบ. ซึ่งเติบโต 18%จากปี 58 โดยคาดกำไร 4Q59 เกือบ 1.3 พันลบ. +4QoQ +4%YoY สำหรับปี 60 ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อเป็น 15% เพื่อสะท้อนถึงพอร์ตที่เติบโตหลังซื้อธุรกิจลูกค้ารายย่อยจากธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ทำให้ประมาณการกำไรใหม่เพิ่มขึ้น 16% เป็นราว 6.3 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25%
- แนวโน้มสินเชื่อปลายปี 59 ยังหดตัวแต่คุณภาพสินทรัพย์ฟื้นตัวต่อเนื่อง : ปลายพ.ย. 59 สินเชื่อยังหดตัว 6.3%YTD ทำให้คาดว่าสินเชื่อ ณ ปลายปี 59 ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับปี 58สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ลดลงต่อเนื่องทุกไตรมาสเนื่องจากคุณภาพสินเชื่อหลักซึ่งได้แก่สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าสินเชื่อ SME มี NPL เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งนี้อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวที่3.04%อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ของลูกหนี้กลุ่ม SSI ที่กลับสู่ภาวะปกติหลังแผนฟื้นฟูกิจการได้รับความเห็นชอบแล้ว ทำให้ % NPL ต่อสินเชื่อรวม ณ ปลายปี 59 มีแนวโน้มลดลง และอัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อ NPL (Coverage Ratio) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากระดับ 107% ณ ปลาย 3Q59
- คงคำแนะนำ “ซื้อ”ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น70 บาทสำหรับปี 60 : ฐานะเงินกองทุนของ TISCO ยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามวิธี IRB(BIS Ratio) ณ ปลายเดือนก.ย.59เท่ากับ 19.87%และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) อยู่ที่ 15.22%ประมาณการกำไรใหม่ปี 60 ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.6 เท่าปรับเพิ่มเป็น 70 บาทจากเดิม60 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ประกอบกับคาดการณ์เงินปันผลราวหุ้นละ 2.50 บาทคิดเป็น Yield ราว 4.3%ต่อปีเป็นระดับที่น่าสนใจทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ“ซื้อ”









