วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ตลาด”ยันบจ.หนี้ต่อทุนต่ำ

ตลาดหลักทรัพย์ชี้บจ.ไทยฐานะการเงินแข็งแกร่งหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 1.1-1.2 เท่า ฟากโบรกเชื่อปี2560 ภาคเอกชนขยายการลงทุนเพิ่ม1.5%เทียบจากปีนี้


ตั้งแต่ปี 2556 ภาพรวมของระดับหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) ของบริษัทจดทะเบียนไทย (ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์) โดยเฉลี่ยปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากระดับ 3.35 เท่า ลงมาอยู่ที่ 3.10 เท่า เมื่อปี 2558 และลดลงมาเหลือ 2.97 เท่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2559 นี้

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้หนี้สินต่อทุนลดลง อาจเป็นผลจากการระดมทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ โดย บจ.มีสถิติการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมถึง 1.11 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.7% จากปีก่อนที่มีการเพิ่มทุน 6.39 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีหนี้สินต่อทุนสูงสุด คือ ธุรกิจการเงิน 7.48 เท่า รองลงมาคือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.62 เท่า ถัดมาคือ บริการรับเหมาก่อสร้าง 2.4 เท่า

ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนปีนี้ถือว่าค่อนข้างดีหากเทียบกับรอบหลายปี โดย 9 เดือนที่ผ่านมามีอัตรากำไรสุทธิ 8.43% เทียบกับปี 2556 – 2558 ซึ่งอยู่ที่ 5.4 – 6.7%

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนของบริษัทจดทะเบียนไทยยังค่อนข้างต่ำเพียง 1.1 – 1.2 เท่า จึงยังมีโอกาสที่บริษัทจดทะเบียนไทยจะขยายการลงทุนได้อีกมาก ซึ่งในระยะหลังนี้ก็เริ่มเห็นบจ.ไทยขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า การลงทุนภาคเอกชนปี 2560 น่าจะขยายตัวได้ 1.5% เทียบกับปี 2559 ที่คาดว่าจะขยายตัว 1% จากปีก่อน ซึ่งดูจากภาพรวมจะเป็นผลจากการลงทุนภาครัฐที่ประมูลค่อนข้างมากในปีนี้ และจะเริ่มลงทุนได้ในปีหน้า ทำให้ภาคเอกชนลงทุนตาม โดยเฉพาะในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอหลายโครงการไปปีหน้า และน่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องขยายตัวตามด้วยเช่นกัน

“บริษัทจดทะเบียนไทยช่วงที่ผ่านมา หนี้สินต่อทุนปรับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และได้เตรียมความพร้อมที่จะขยายการลงทุน”

นางสาวธีระดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า หนี้สินต่อทุนที่ลดลงเพราะบริษัทหลายแห่งระมัดระวังมากขึ้น จากการที่ภาพเศรษฐกิจไม่ชัดเจน ทำให้การลงทุนชะลอตัวลงไปมาก แต่ในช่วงหลังจากนี้ เชื่อว่าภาพการลงทุนจะค่อยๆ ดีขึ้น หากรัฐบาลสามารถลงทุนนำ และค่อยๆ ฟื้นความเชื่อมั่นภาคเอกชนให้ตามมา

“ภาพการลงทุนโดยรวมนั้น หากจะหวังให้เอกชนลงทุนนำไปก่อนคงจะยาก คงต้องให้รัฐบาลขับเคลื่อนโดยการลงทุนนำไปก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ขณะที่ภาระหนี้สินต่อทุนของบจ.โดยภาพรวมยังถือว่าไม่สูงนักในขณะนี้ ส่วนจะเพิ่มขึ้นหรือไม่คงต้องขึ้นอยู่กับวิธีจัดการโครงสร้างการเงินของแต่ละบริษัท และแต่ละธุรกิจก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป”