วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพคล่องเดือน พ.ย.59 ตึงตัวขึ้น ตามการฟื้นตัวของสินเชื่อ

สภาพคล่องเดือน พ.ย.59 ตึงตัวขึ้น ตามการฟื้นตัวของสินเชื่อ ขณะที่เงินฝากไหลออกตามการเบิกจ่ายภาครัฐช่วงต้นปีงบประมาณใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2559 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พร้อมประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป ดังนี้


สินเชื่อเดือน พ.ย. 2559 ขยับขึ้นจากแรงหนุนของสินเชื่อรายย่อยตามเทศกาล ขณะเงินฝากไหลออก ตามการเบิกจ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีงบประมาณใหม่

- เงินให้สินเชื่อสุทธิ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.5% MoM หรือ 5 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 10.57 ล้านล้านบาท และเพิ่มขึ้น 1.92% YoY และ 0.98% YTD โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งสามกลุ่มธนาคารติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง แม้จะไม่มากนัก เนื่องจากความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ยังไม่กลับมาเช่นปกติ ตามการชะลอตัวของการลงทุนและเศรษฐกิจ ขณะที่สินเชื่อสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีมีทิศทางฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ส่วนสินเชื่อรายย่อยกลับมาขยายตัวได้ดี ทั้งสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลที่ความต้องการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้ ยังได้อานิสงส์จากการชำระคืนสินเชื่อเช่าซื้อที่เริ่มบรรเทาลงอีกด้วย

- เงินฝาก หดตัวลงจากเดือนก่อน 6 หมื่นล้านบาท หรือ -0.5% MoM สู่ระดับ 11.30 ล้านล้านบาท แต่ยังเป็นบวกเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และจากสิ้นปีก่อน ด้วยอัตราเพิ่ม 1.47% YoY และ 0.95% YTD โดยลดลงกระจายทุกกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มปีงบประมาณ 2560 ทำให้มีแรงเบิกจ่ายเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ของภาครัฐค่อนข้างมาก ประกอบกับเงินฝากประจำพิเศษทุกกลุ่มลูกค้าทยอยครบกำหนด


เครื่องชี้สภาพคล่อง...ตึงตัวขึ้นจากเดือนก่อน

สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือน พ.ย. 2559 ตึงตัวขึ้นจากเดือนก่อน จากเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินฝากลดลง ประกอบกับผลของฐานที่ต่ำในเดือนก่อน โดยสะท้อนผ่านสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ซึ่งเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 91.54% จาก 90.57% ในเดือนก่อน อีกทั้งยังสอดคล้องกับสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ต่อสินทรัพย์รวมที่ลดลงมาที่ระดับ 20.5% จากระดับ 21.14% ในเดือนก่อนหน้า


สภาพคล่องในระบบ ณ สิ้นปี 2559 น่าจะยังประคองตัว จากทิศทางสินเชื่อและเงินฝากที่คงขยับขึ้น ในทิศทางเดียวกัน

ในเดือน พ.ย. 2559 สินเชื่อทยอยฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคาดว่าแรงส่งของสินเชื่อในเดือนสุดท้ายของปี จะเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะจากการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนของภาคธุรกิจ และความต้องการสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ประกอบกับมาตรการรัฐที่กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี จะช่วยหนุนสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลให้เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศสามารถจบปีได้ที่อัตราการเติบโต 2.5% หรือชะลอลงเล็กน้อยจากปี 2558 ที่เติบโต 4.0%

สำหรับด้านเงินฝากนั้น คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับเดือน พ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากการพักเงินของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ก่อนปิดบัญชีสิ้นปี เช่นเดียวกับเงินฝากกลุ่มรายย่อยที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นพิเศษตามปัจจัยฤดูกาลเกี่ยวกับการโบนัสประจำปี แม้ว่าจะมีเงินฝากบางส่วนไหลออกไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ประหยัดภาษีบ้างก็ตาม

ด้วยแนวโน้มสินเชื่อและเงินฝากในเดือนสุดท้ายของปี 2559 ที่คงขยับขึ้นในทิศทางเดียวกัน ทำให้คาดว่าแนวโน้มสภาพคล่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ เมื่อพิจารณาผ่านสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) จะยังประคองตัวในระดับใกล้เคียงกับเดือน พ.ย. ที่ 91.0% ตามการบริหารจัดการสภาพคล่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของธนาคาร แม้เป็นระดับที่ตึงตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2558 ซึ่ง อยู่ที่ 90.81% ก็ตาม