วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SC - ถือ

ปีแห่งการฝ่าฝันสำหรับ 2560

ประเด็นการลงทุน

ปี 2560 จะเป็นปีที่ค่อนข้างยากลำบากสำหรับบริษัท เนื่องจาก SC จะต้องพลักดันการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบเพื่อลดทอนรายได้โครงการคอนโดที่ปรับตัวลดลงจากฐานที่สูงมากในปี 2559 ทั้งนี้แม้ว่าอัตราการเติบโตของกำไรปี 2560 จะไม่น่าดึงดูดใจมากนัก แต่เรามองว่ามูลค่าหุ้นที่ถูกมากเกินไป โดยซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี สิ้นปี 2559 อยู่ 3% จะช่วยหนุนราคาหุ้นได้ ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 (คิดด้วยวิธี SOTP) 3.60 บาทต่อหุ้น อ้างอิงจากเป้าหมาย PER ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่ 7 เท่า (ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปี 2549-2558) และมูลค่าสินทรัพย์ให้เช่าที่ 1 บาท (คิดลด 30% จากราคาประเมิน)

มองแนวโน้มกำไรปี 2559 ดีเหมือนเดิม

เรายังคงคาดการณ์การเติบโตของกำไรหลักที่ดีในปี 2559 ที่ 8% (เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่ 6%) เนื่องจาก 87% ของคาดการณ์กำไรได้บรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้วในช่วง ม.ค. – ก.ย. 2559 โดยเราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 0.19 บาท สำหรับผลการดำเนินงานตลอดปี 2559 เป็นอัตราเงินปันผลที่ดีที่ 5.5 % ขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนเม.ย. 2560 ทั้งนี้หากแยกดูในไตรมาส 4/59 นั้นเราคาดยอดจองซื้อแข็งแกร่งที่ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY และเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า QoQ เนื่องจากการเปิดตัวโครงการอย่างไม่เป็นทางการแก่ลูกค้า VIP ของ 28 Chidlom (มูลค่าโครงการอยู่ที่ 8 พันล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 330,000 บาทตาอตารางเมตร) ได้รับการตอบรับที่ดีด้วยอัตราการจองซื้อที่สูงถึง 31% ของมูลค่าโครงการ อย่างไรก็ตามเราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/59 ปรับตัวลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากฐานที่สูงมากในไตรมาส 4/58 (เป็นไตรมาสที่ทำกำไรหลักสูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์) และไม่มีโครงการคอนโดใหม่ที่จะเสร็จสิ้นและเริ่มโอนในไตรมาส 4/59

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2560: SC เร่งโครงการแนวราบเต็มกำลัง

เราปรับลดคาดการณ์กำไรหลักปี 2560 ลง 9% (ทำให้กำไรปี 2560 คาดลดลง 6% YoY) เพื่อสะท้อนความชัดเจนของรายได้ที่ค่อนข้างน้อย โดยเราคาดการณ์รายได้โครงการที่อยู่อาศัยในปี 2560 (ปรับตัวลดลง 8% อยู่ที่ 14 พันล้านบาท) จะเพียงทรงตัว YoY เนื่องจากยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 รับประกันเพียง 7% จากการคาดการณ์รายได้อสังหาฯ ปี 2560 ในปัจจุบันของเรา โดยในปี 2560 นั้นเราพบว่ามีเพียงโครงการคอนโดขนาดเล็กแห่งเดียวเท่านั้นท่าจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนได้แก่โครงการคอนโด Chambers Chann ( มูลค่า 930 ล้านบาท) ซึ่งจะเปิดตัวโครงการในไตรมาส 2/60 ทั้งนี้ SC วางแผนที่จะรุกธุรกิจโครงการแนวราบอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทยังคงยึดมั่นการเป็นผู้นำสินค้าระดับสูง (ราคาขายสูงกว่า 15 ล้านบาทต่อหน่วย) ในขณะเดียวกันก็ขยับขยายไปยังระดับกลาง-บน (5-8 ล้านบาทต่อหน่วย) และเริ่มการนำเสนอแบรนด์ใหม่ระดับกลาง – ล่าง (3 ล้านบาทต่อหน่วย) โดยโครงการแนวราบยังคงแบบสร้างก่อนขาย ซึ่งจะทำการก่อสร้างที่จะเสร็จสมบูรณ์ก่อนทำการขาย จะทำให้การโอนเกิดขึ้นรวดเร็ว ดังนั้นเราคาดว่าบริษัทน่าจะมีเป้าหมายการเติบโตของยอดขายโครงการแนวราบในปี 2560 ประมาณ 20-25%


เปิดตัวอาคารสำนักงานให้เช่าใหม่ SC Tower ในไตรมาส 1/60

อาคารสำนักงานแห่งที่ 4 หรือ SC Tower ใกล้กับสถานีบีทีเอสสนามเป้า จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 1/60 โดยจะเปิดเป็นพื้นที่ให้เช่าประมาณ 12,250 ตารางเมตร หรือคิดเป็นพื้นที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 12% ของพื้นที่ให้เช่ารวม ซึ่งโครงการดังกล่าวจะไม่เป็นภาระด้านผลการดำเนินงานแก่ทางบริษัทเนื่องจากมีผู้เช่าแล้วเต็มจำนวน และจะเริ่มทำการเคลื่อนย้ายเข้าในอาคารช่วงไตรมาส 2/60 โดยจากการคาดการณ์ในเชิงอนุรักษ์นิยมของเรา เราคาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในปี 2560 ที่ 50% จะก่อให้เกิดรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 52 ล้านบาทเติบโต 7% เป็น 823 ล้านบาท (คิดเป็น 6% จากรายได้รวมในปี 2560) โดยเราคาดว่าจะมีการเช่าพื้นที่เต็มทั้งหมดในปี 2561 ทำให้รายได้ค่าเช่ารวมเติบโต 6% YoY

แนวโน้มกำไรปี 2561-2562 สดใส

แนวโน้มการเติบโตของกำไรจะกลับมาแข็งแกร่งย่างมีนัยสำคัญได้เริ่มจากปี 2561 เป็นต้นไป เนื่องจากมีการวางแผนการโอนโครงการคอนโดขนาดใหญ่ในปี 2561-2562 ได้แก่โครงการ Saladaeng One (มูลค่าโครงการ 4.7 พันล้านบาท) และ โครงการ BEATNIQ (มูลค่าโครงการ 4 พันล้านบาท) ในปี 2561 และ โครงการ 28 Chidlom (มูลค่าโครงการ 8 พันล้านบาท) ในปี 2562 โดยธุรกิจโครงการแนวราบคาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการขยายไปยังตลาดกลุ่มราคาบ้านระดับกลางและล่างมากขึ้น โดย SC จะมุ่งสู่เป้าหมายรายได้รวมที่ 20 พันล้านบาทในปี 2562 (คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 11% ในปี 2560-2562) โดยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะกลับมาฟื้นตัวเป็นขาขึ้นตามทิศทางของรายได้รวมเช่นเดียวกัน