แบงก์ไทยพาณิชย์ ระบุ ไม่มีนโยบายนำสำรองหนี้"สหวิริยาสตีลอินดัสตรี" กลับมาเป็นกำไร เนื่องจากเอ็นพีแอลยังเพิ่ม
นางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับ 3 ของไทย กล่าวกับรอยเตอร์ว่า กรณีที่ศาลล้มละลายเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ของธนาคาร ปรับตัวดีขึ้น
"ธนาคารไม่มีนโยบายนำสำรองหนี้ของ สหวิริยาสตีลอินดัสตรี กลับมาเป็นกำไรอย่างแน่นอน"
ขณะเดียวกัน ภายในสิ้นปีนี้ ธนาคารจะจัดชั้นคุณภาพหนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เพิ่มขึ้น และต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นด้วย แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามากน้อยแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม วานนี้ (15ธ.ค.) ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ โดยให้ สหวิริยาสตีลอินดัสตรี เป็นผู้บริหารแผน จากที่ สหวิริยาสตีลอินดัสตรี ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ โดยแต่งตั้งให้ สหวิริยาสตีลอินดัสตรี เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูเมื่อ 10 มี.ค.ที่่ผ่านมา ต่อมาเมื่อ 15 ก.ย.2559 ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติยอมรับแผนและแผนที่แก้ไข คิดเป็น 91.9% ของเจ้าหนี้ที่มีสิทธิออกเสียง พร้อมทั้งมีมติตั้งคณะกรรมการเจ้าหนี้ 3 ราย ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทิสโก้
จากข่าวดังกล่าว วันนี้ ส่งผลบวกต่อการเคลื่อนไหวราคาหุ้นของแบงก์เจ้าหนี้ทั้ง 3 ราย โดยราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ขึ้นไปสูงสุดที่ 148.50 บาท ก่อนอ่อนตัวลงมาซื้อขายที่ 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.34% ส่วนธนาคารกรุงไทย ขึ้นไปสูงสุดซื้อขายที่ 17.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.57% ส่วนธนาคารทิสโก้ ซื้อขายที่ 54.75 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 1.86% โดยขึ้นไปแตะราคาสูงสุดที่ 55 บาท









