วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หุ้นโภคภัณฑ์' คึก อานิสงส์น้ำมันขยับ

หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ "พาเหรดขึ้น" อานิสงส์ "ราคาน้ำมัน" ขยังแรงหลังประชุมโอเปกและนอนโอเปก

ราคาหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ช่วงครึ่งหลังนี้ปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มยางพารา หุ้นศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี (STA) เพิ่มขึ้นเกือบ 70% และหุ้นไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอเรชั่น (TRUBB) เพิ่มขึ้น 35% ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มเหล็กอย่าง หุ้นเพิ่มสินสตีลเวิคส์ (PERM) หุ้นทาทา สตีล (TSTH)เพิ่มขึ้นได้ 140% และ 40% ส่วนหุ้นน้ำตาลอย่าง น้ำตาลขอนแก่น (KSL)ปรับเพิ่มขึ้น15%

ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์น่าจะยังเติบโตไปได้ต่อเนื่องในปีหน้านี้ ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และน่าจะได้เห็นระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลปีหน้า หลังจากที่กลุ่มโอเปกมีมติที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน และจะทำให้เงินเฟ้อ และการขึ้นดอกเบี้ยตามมา

“ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจากนี้อาจจะแย่ลง หลังเงินทุนไหลออก แต่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน รวมถึงราคาสินค้าอื่นๆ ยางพารา เหล็ก น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องปีหน้า”

ด้าน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ราคายางแท่งโลกล่าสุดอยู่ที่ 2.06 พันดอลลาร์ต่อตัน ทำระดับสูงสุดรอบ 2 ปี เพิ่มขึ้นถึง 19.2% จากสัปดาห์ก่อน และ 47.8% นับตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. 2559 สาเหตุหลักจากความต้องการใช้ยางพาราที่แข็งแกร่งทั่วโลก สอดคล้องกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ปัญหาฝนตกชุกและน้ำท่วมบางพื้นที่ทางภาคใต้ ส่งผลกระทบให้ผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดลดลง อีกทั้งสต็อกยางพาราของจีน ลดลงเหลือเพียง 5 หมื่นตันเป็นระดับต่ำสุดรอบ 5 ปี

หุ้นศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 แต่ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ขึ้น 16.3% สะท้อนสมมติฐานราคาขายยางพาราที่สูงขึ้น โดยภายหลังปรับปรุงประมาณการ คาดกำไรสุทธิปี 2559 จะอ่อนตัวลง 5.1% จากปีก่อน แต่จะพลิกกลับมาเติบโตถึง 44.8% ในปี 2560 จากคาดการณ์ปริมาณขายยางพาราเติบโตต่อเนื่องอีก 17.2% จากปีนี้ เป็น 1.7 ล้านตัน ตามความต้องการใช้ยางพาราทั่วโลกแข็งแกร่งต่อเนื่อง หนุนแนวโน้มราคายางแท่งเฉลี่ยปี 2560 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 47.1% สู่ระดับ 2 พันดอลลาร์ต่อตัน

แนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 นี้ คาดทำได้ 546 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุนจากการดำเนินงาน 187 ล้านบาท งวดไตรมาส 3 และเติบโตกว่า 11.4 เท่าตัวจากงวดไตรมาส 4/2558 ตามราคายางแท่งเฉลี่ยตั้งแต่เพิ่มขึ้น 20.8% จากต้นไตรมาส และเพิ่มขึ้น 31.5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 1.59 พันดอลลาร์ต่อตัน อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 8.5%

ด้าน บล.บัวหลวง เชื่อว่า เราใช้สมมติฐานว่า บริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด (อนท.) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายน้ำตาลโควต้าข. และกำหนดราคาส่งออกสำหรับน้ำตาลโควตา ข. ทำการล็อกราคาล่วงหน้ามากกว่า 70% สำหรับสัญญาซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้าที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่สูงขึ้นในกรอบ 20.5-21 เซ็นต์ต่อปอนด์ โดยสัญญาล่วงหน้ายาวไปจนถึงเดือน มี.ค.-ธ.ค. 2560 เทียบกับราคาที่ 15-16 เซ็นต์ต่อปอนด์

สำหรับทิศทางราคาเหล็ก ทาทา สตีล คาดทิศทางราคาช่วงเดือน ต.ค. 2559 - มี.ค. 2560 จะทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบันที่ 1.6 หมื่นบาทต่อตัน จากสิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.47 หมื่นบาทต่อตัน เนื่องจากช่วง พ.ย. ถึง ธ.ค. ราคาเหล็กมีทิศทางขาขึ้น และช่วง ม.ค. ปีหน้า เป็นช่วงตรุษจีน ผู้ผลิตหยุดการผลิตทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น