วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 12-16 ธ.ค.59

ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง จากข่าวการประชุมลดกำลังการผลิตเมื่อ10 ธ.ค.

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 48 – 53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 51 – 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (12 ธ.ค. – 16 ธ.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง หลังได้รับแรงหนุนจากข่าวการประชุมระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปคเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงลดกำลังการผลิตในวันที่ 10 ธ.ค. อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงกังวลกับอุปทานน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นของผู้ผลิตกลุ่มโอเปค และผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อย่างรัสเซีย ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดเข้าสู่สภาวะสมดุลช้าลง นอกจากนี้แท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังเป็นอีกปัจจัยนึงที่เพิ่มแรงกดดันให้กับตลาด

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปค และนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 10 ธ.ค. ณ กรุงเวียนนา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุปทานน้ำมันดิบโลกล้นตลาด โดยกลุ่มโอเปคหวังว่าผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคจะสามารถลดกำลังการผลิตลงราว 6 แสนบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้คาดว่ารัสเซียจะให้ความร่วมมือลดกำลังการผลิตราว 3 แสนบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้นาย Mohammed Barkindo เลขาธิการกลุ่มโอเปคยังเผยว่ากลุ่มโอเปคได้เชิญผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคทั้งหมด 14 ประเทศเข้าร่วมการประชุม และล่าสุดมี 5 ประเทศที่ตอบรับคำเชิญได้แก่ อาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน เม็กซิโก โอมาน และ รัสเซีย

- ตลาดกังวลว่าการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปคตามข้อตกลงอาจเป็นไปได้ยากขึ้น หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคในเดือนพ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 0.37 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 34.19 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยประเทศที่ปรับเพิ่มปริมาณการผลิตมากสุดได้แก่ แองโกลา ลิเบีย ไนจีเรีย และอิรัก ตามลำดับ โดยแองโกลาปรับเพิ่มขึ้นราว 0.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาสู่ระดับ 1.72 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากแหล่งผลิตน้ำมันในประเทศกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง

- อุปทานน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มล้นตลาดต่อเนื่อง หลังรัสเซียประกาศปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือนพ.ย. ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 11.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี แสดงให้เห็นว่าปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปคและรัสเซียรวมกันแล้วจะมีปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้น้ำมันดิบโลก นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันของไนจีเรียเผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มแตะระดับ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปัจจุบันที่ผลิตอยู่ที่ 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังโรงกลั่นปรับเพิ่มกำลังการกลั่นต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 ธ.ค. 59 ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 485.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ซึ่งอาจกดดันราคาน้ำมันดิบในอนาคต

- แท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวแตะระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดคุ้มทุนของการผลิตน้ำดิบจากหินดินดาน (Shale oil) นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังได้รับอานิสงค์จากบริษัทน้ำมันในประเทศที่ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีในการขุดเจาะน้ำมันดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการขุดเจาะปรับลดลง เพียงพอที่จะทำให้การผลิตน้ำมันดิบจาก Shale oil อยู่รอดในสภาวะราคาน้ำมันดิบตกต่ำ

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซน ยอดค้าปลีกสหรัฐ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ และ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (5 – 9 ธ.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.18 ดอลลาร์ ปิดที่ 51.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.13 ดอลลาร์ ปิดที่ 54.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังกลุ่มโอเปค และรัสเซียปรับเพิ่มปริมาณการผลิตในเดือนพ.ย. ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปคและรัสเซียจะสามารถลดกำลังการผลิตได้ตามที่ตกลงไว้ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากการที่ซาอุดิอาระเบียและคูเวตอาจตกลงกันได้และกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบในเขตเป็นกลาง (Neutral zone) อีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในพื้นที่ดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นราว 3 แสนบาร์เรลต่อวัน

                                        -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999