"อีสเทิร์นโพลิเมอร์" เร่งโรดโชว์ หวังดึง "นักลงทุนต่างชาติ"เข้าถือหุ้นเพิ่มขึ้น ดันขึ้นเซ็ท50 ภายใน2ปี ระบุหุ้นใหญ่พร้อมลดสัดส่วน
นายภควัฒน์ วิทูรปกรณ์ รองประธานกรรมการ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) EPG เปิดเผยว่า บริษัทเร่งเดินหน้าพบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศมากขึ้น หลังจากที่ในช่วงปีที่ผ่านมาได้ทำการโรดโชว์แล้ว 2 ครั้งได้รับผลการตอบรับที่ดี ทั้งนี้บริษัทคาดหวังให้นักลงทุนสถาบันเข้าถือหุ้นเพื่อความยั่งยืน
“เราได้โรดโชว์กับนักลงทุนต่างชาติแล้ว 2 ครั้งที่ผ่านมาได้ร่วมกับบล.เจพีมอร์แกน ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้ข้อมูลนักลงทุนในช่วงเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งในปีหน้า บริษัทจะร่วมกับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ที่ประเทศสิงคโปร์อีกครั้งหนึ่ง”
การพบนักลงทุนต่างชาตินั้น ให้การตอบรับที่ดีมีนักลงทุนสถาบันมากกว่า 10 กองทุนเข้าพบ โดยส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับโมเดลทางธุรกิจ และเห็นถึงระดับหนี้สินต่อทุนในระดับต่ำที่ 0.33 เท่า ทำให้มีโอกาสขยายการลงทุนได้อีกมาก ปัจจุบันเริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติเข้ามาถือหุ้นประมาณ 1.5 % ของหุ้นทั้งหมด
ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายจะเข้าสู่การคำนวณดัชนีเซ็ท50 จากปัจจุบันที่อยู่ในกลุ่มเซ็ท 100 ภายใน 2 ปีข้างหน้า และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย อาจจะต้องมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มครอบครัวลงจากปัจจุบัน 75 % ลง เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถือหุ้นมากขึ้น แต่ทางกลุ่มครอบครัวจะไม่ถือหุ้นน้อยกว่า 65 % อย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินการอย่างใดหรือไม่นั้นจะต้องขอการตัดสินใจจากกลุ่มของครอบครัวก่อนที่จะดำเนินการ
การเติบโตของผลประกอบการ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2563 ให้มีรายได้ในระดับ 2 หมื่นล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ในระดับ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากในทั้ง 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของบริษัทยังทิศทางการเติบโตที่ดีรวมถึงจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มากขึ้น
ผลการดำเนินงานในปีนี้ แม้ครึ่งปีแรกจะมีรายได้อยู่ที่ 4,773 ล้านบาท หรือคิดเป็น 48 % จากเป้าหมาย จากชะลอการลงทุนในสหรัฐจากการรอผลการเลือกตั้ง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ แต่เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะสามารถเติบโตได้ตามที่คาดหวัง โดยจะมีจากผลิตภัณฑ์หลักอย่างอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่จะขยายตัวขึ้น และการเติบโตของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกตามการขยายตัวของการอุปโภคบริโภค
ส่วนความคืบหน้าของการเข้าซื้อกิจการนั้น ที่ผ่านมามีการพิจารณาในหลายบริษัทแต่มองว่ายังมีมูลค่าที่สูงเกินไป ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งงบในส่วนดังกล่าวประมาณ 1 พันล้านบาท โดยคาดหวังผลตอบแทนการลงทุน(IRR)อย่างน้อย 10 %








