วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำแผนพัฒนาที่ดินรฟท.5 ปี จ่อตั้งบ.ลูกบริหาร3.9หมื่นไร่

คณะทำงานพัฒนาที่ดินการรถไฟ นัดถก 8 ธ.ค.นี้ ทำแผนพัฒนาที่ดินที่ไม่ใช้สำหรับเดินรถ 3.9 หมื่นไร่ในช่วง 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2560-2565 พร้อมกำหนด

เคพีไอประเมินผลงาน เผยอาจตั้งบริษัทลูกมาบริหาร ปรับสัญญาเช่าใหม่ล่วงหน้าก่อนหมดอายุ 5 ปี ชี้ที่ดินใช้เช่าสร้างรายได้เร็วกว่าการพัฒนาที่ดินเปล่า

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะทำงานกำกับติดตามการพัฒนาที่ดินที่ไม่ได้เพื่อการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ คณะทำงานฯจะมีการประชุมเพื่อทำแผนปฏิบัติงานการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ไม่ใช่เพื่อการเดินรถ (

Non -Core ) ของรฟท.จำนวน 3.9 หมื่นไร่ในช่วง 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2560-2565 พร้อมกำหนดเคพีไอในการประเมินการดำเนินงาน เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)พิจารณา ก่อนจะเริ่มดำเนินงานในปี 2560

ทั้งนี้ในจำนวนที่ดิน 3.9 หมื่นไร่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ 1.ที่ดินว่างเปล่า 2.3 หมื่นไร่ 2.ที่ดินให้เช่า 1.6 หมื่นไร่ และ 3.ที่ดินที่มีผู้บุกรุกจำนวน 252 ไร่ โดยในการพัฒนาที่ดินทั้งหมดนี้ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะต้องมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินการหรือไม่เพื่อความชัดเจน โดยมีรฟท.ถือหุ้น100%

“การประชุมครั้งนี้ จะมาดูในรายละเอียดเลยว่า ที่ดินว่างเปล่าตรงไหนบ้าง ที่จะนำมาพัฒนาได้เพื่อกำหนดแผนงานที่จะต้องทำ พร้อมเคพีไอในการประเมินในช่วง 5 ปีข้างหน้า ส่วนพื้นที่เช่าก็คงต้องมาดูเรื่องการปรับสัญญาเช่า ซึ่งก็น่าจะเป็นส่วนที่จะเพิ่มรายได้ให้กับการรถไฟได้เร็ว ขณะที่การพัฒนาพื้นที่ต้องใช้เวลา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า การพัฒนาที่ดิน Non -Core จะเพิ่มรายได้ให้การรถไฟได้เท่าไหร่”

ส่วนการปรับสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟ จะมีการพิจารณาส่วนที่ครบอายุสัญญาก่อน โดยจะปรับสัญญาก่อนที่สัญญาจะครบอายุ 5 ปี เพื่อให้เวลาผู้เช่าในการพิจารณาตัดสินใจ อย่างไรก็ตามในส่วนพื้นที่เช่า นอกจากพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีสัญญาชัดเจนแล้ว ยังมีสัญญาเล็กๆ น้อยๆ ที่มีการค้างค่าเช่า และไม่ได้เก็บเป็นเวลานานด้วย

สำหรับที่ดินมักกะสัน ไม่ได้รวมอยู่ในส่วนที่คณะทำงานชุดนี้รับผิดชอบ แยกส่วนกัน เพราะ คนร.ได้มีมติให้การรถไฟฯโอนสิทธิการใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวให้กระทรวงการคลัง เพื่อแลกกับภาระหนี้จำนวน 6 หมื่นล้านบาท เว้นแต่ว่าคนร.จะมีมติให้การรถไฟเป็นผู้พัฒนาที่ดินมักกะสันเอง

อนึ่งการพัฒนาที่ดิน Non-Core 3.9 หมื่นไร่ เป็นแผนงานการเพิ่มรายได้ที่สำคัญให้กับการรถไฟ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จากปัจจุบัน รฟท.มีรายได้จากการบริหารทรัพย์สินเพียงปีละ 3 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนที่ดินที่มีอยู่