“สมาคมแบงก์” หวั่นการสร้างมาตรฐานโอนเงินข้ามชาติในภูมิภาคเกิดยาก เหตุต่างคนต่างพัฒนายังขาดความร่วมมือ
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ไทยพาณิชย์ กล่าวถึง การรุกคืบของฟินเทคจะบีบให้ต้องร่วมมือกันมากขึ้น เพราะหากไม่ทำอาจกระทบกับธุรกิจการโอนเงินของธนาคารพาณิชย์ได้ในอนาคต แต่ในขณะนี้แนวทางของสมาคมธนาคารไทยที่ต้องการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินข้ามพรมแดนของธนาคารในอาเซียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน(Cross BorderPayment Roadmap)ยังไม่คืบหน้าเพราะระดับการพัฒนาเทคโนโลยีของแต่ละประเทศไม่เท่ากันและความร่วมมือระหว่างประเทศยังมีน้อย
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า การชำระเงินข้ามพรมแดนหากทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งภูมิภาค จะลดขั้นตอนและสร้างมาตรฐานใหม่ รวมถึงระบบรายงานทางการด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมที่คิดกับลูกค้าให้ถูกลง เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคได้ ทั้งในแง่ของธุรกิจและบุคคลที่มีการค้าการชำระเงินข้ามพรมแดน แต่ยอมรับว่ายังต้องใช้เวลาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแต่ละประเทศให้พร้อมไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เกิดได้เร็ว
“หากทำทั้งภูมิภาคจะช้า เพราะระดับการพัฒนาต่างกัน ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยจะเน้นกลุ่มซีแอลเอ็มวีโดยเฉพาะประเทศที่มีสาขา เพราะเรามีข้อได้เปรียบในพื้นที่ โดยจะเดินไปพร้อมกันในเรื่องของสมาคมแบงก์และองค์กรอื่น ๆ และผู้กำกับประเทศอื่น แง่ธุรกิจเราก็คุยกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นไปด้วย”
ทางด้านนายฐากร ปิยะพันธ์ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัล แบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารกรุงศรีว่ายังเน้นกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีเป็นหลัก ทั้งธุรกิจเช่าซื้อรถ 4 ล้อและ2 ล้อ ผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและไมโครไฟแนนซ์ แต่ในขณะนี้ธนาคารเริ่มเห็นโอกาสของการนำเทคโนโลยีมาใช้เช่นโมบายแบงกิ้ง หรือการชำระเงินข้ามประเทศผ่านทางมือถือ
“ดังนั้นธนาคารได้ชะลอธุรกิจในเวียดนามออกไป เพราะตลาดมีการพัฒนาไปมากเมื่อเทียบประเทศอื่นและมีการแข่งขันที่มีอยู่มากแล้วในพื้นที่ ขณะที่การเข้าไปทำธุรกิจของธนาคารจะเน้นการเป็นพันธมิตร ซึ่งใช้เวลาคุยนาน ในขณะที่ธนาคารมองเห็นโอกาสจากประเทศพม่าที่มีความต้องการการชำระเงิน และยังมีคู่แข่งน้อย”
เขากล่าวว่าในขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการชำระเงินข้ามประเทศร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศพม่า ว่าจะเลือกรูปแบบการทำธุรกิจที่เหมาะสมอย่างไร ให้รองรับกับการโอนเงินชำระเงินระหว่างประเทศรองรับทั้งลูกค้าที่มีบัญชีธนาคารหรือไม่มี โดยจะเน้นการชำระเงินผ่านเทคโนโลยีบนมือถือซึ่งคาดว่าจะสรุปรูปแบบธุรกิจและเทคโนโลยีที่จะใช้ให้ได้ในสิ้นเดือนนี้ก่อนจะเสนอธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และธนาคารกลางพม่า เพื่อพิจารณาอนุมัติในต้นเดือนม.ค.และคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ไตรมาสแรกของปี
ทั้งนี้ จะเน้นการโอนเงินรายย่อย ทั้งที่เป็นที่กลุ่มแรงงานและธุรกิจที่ไทยกับพม่าจะมีธุรกรรมเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งการโอนเงินระหว่างกันในขณะนี้มีอยู่แล้วแต่มูลค่าไม่มากเพราะราคาแพง ทำให้ลูกค้าใช้ระบบโพยก๊วนแทน









