วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รอปัจจัยหนุน

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป ( 23 – 30 พ.ย. 2559)

ปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯวิ่งในลักษณะ Sideway DJIA +0.21%, DAX -0.21%, CAC ฝรั่งเศส +1.08% และ FTSE 100 -0.50% เพื่อรอการประชุม ในคืนวันที่ 30 พ.ย. และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐคืนวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.นี้

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน ( 23 – 30 พ.ย. 2559)

ตลาดหุ้นจีนวิ่งในลักษณะ Sideway -0.27% ถูกกดดันโดยกลุ่มพลังงานภายหลังมีมาตรการลดกำลังการผลิตถ่านหิน อย่างไรก็ตามกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นเด่นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตมากขึ้น

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 23 – 30 พ.ย. 2559)

SET INDEX ปรับตัวขึ้น ณ ที่ระดับ 1,510.24 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.88 จุด +0.93% นำโดยกลุ่มค้าปลีก และ ลิซซิ่ง เนื่องจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคโดยจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำ 8 ล้านคน บวกกับมาตรการช็อปช่วยชาติ#2 โดยให้นำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท ในช่วงระยะเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่ 1 ธ.ค. – 31 ธ.ค. นี้

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (1-8 ธ.ค.)

SET INDEX กลับมายืนเหนือ 1,500 จุดอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และหากประเมินจากปัจจัยแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศเป็นกลางถึงบวกตลอดเดือนธ.ค.แม้ว่าจะมีการประชุมเฟดในวันที่ 14 ธ.ค. ซึ่งตลาดฟันธงแล้วว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแน่นอนในการประชุมนัดสุดท้ายของปี สะท้อนมายังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า ดัชนีดอลลาร์ยืนเหนือ 100 จุดมาตั้งแต่กลางเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ขยับขึ้นมาก่อนหน้านี้ ขณะที่เม็ดเงินใหม่จาก LTF / RMF คาดว่าจะมากถึง 3-4 หมื่นล้านบาทที่จะทยอยเข้าตลอดเดือนธ.ค. ทำให้ SET INDEX ตลอดเดือนธ.ค.จะเป็นลักษณะ sideways-to-sideways-up ขึ้นไปทดสอบด่านสำคัญทางจิตวิทยา 1,550 จุด

ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า เราให้น้ำหนักกับผลการลงประชามติในอิตาลีวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งจะมีผลต่อแรงกดดันทางการเมืองทั้งในอิตาลีและอียูในภาพรวม รวมถึงการประชุม ECB วันที่ 8 ธ.ค. มีความเป็นไปได้สูงที่ ECB จะส่งสัญญาณขยายอายุโครงการ QE วงเงิน 8.0 หมื่นล้านยูโร/เดือนที่จะสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2560 เพราะด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง บวกกับแรงกดดันทางการเมืองในประเทศสมาชิก ทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมัน ทำให้ ECB ยังจำเป็นต้องประคับประคองด้วยการใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง

ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน หลังจาก เราแนะนำให้ ขายทำกำไรบริเวณ 1,520 จุด +/- ไปในสัปดาห์ก่อน พอร์ตส่วนที่เหลือเราแนะนำให้นักลงทุนถือเพื่อรอขายทำกำไรที่ 1,550 จุด +/- พร้อมเข้าเก็งกำไรหุ้นหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Play เมื่อมีการย่อตัวระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า

1. ติดตามการลงประชามติของอิตาลีในวันที่ 4 ธ.ค. ต่อร่างรัฐธรรมนูยที่ต้องการรวมศูนย์กลับมายังรัฐบาลกลาง หากไม่ผ่านการลงประชามติ การเมืองในอิตาลีจะเข้าสู่สูญญากาศ และเสี่ยงต่อการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองในปีหน้า

2. ช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทยระหว่าง 2 สัปดาห์ อาจทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเบาบาง

3. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การส่งออก – นำเข้าของจีน / GDP ใน 3Q59 ของญี่ปุ่น / ภาวะการจ้างงาน สหรัฐฯ / GDP ใน 3Q59 ของอียู / ดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการ ของอังกฤษ