วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 30 พฤศจิกายน 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 4 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการประชุมกลุ่มโอเปคคืนนี้

- ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดลดลงกว่าร้อยละ 4 หลังที่ประชุมกลุ่มโอเปคยังไม่สามารถสรุปวาระการลดกำลังการผลิตของประเทศสมาชิกได้ในวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากอิหร่านมีความจำนงให้ซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตลงถึง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเกินกว่าที่ซาอุดิอาระเบียได้เสนอไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 2 เท่าตัว ในขณะที่อิหร่าน ลิเบีย และไนจีเรีย ได้รับการยกเว้นจากที่ประชุมให้คงกำลังการผลิตได้

- ขณะที่อิรักที่แสดงท่าทีให้ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตในช่วงก่อนหน้า ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนมีความไม่เห็นด้วยที่จะต้องลดกำลังการผลิตลง เนื่องในความจำเป็นที่ต้องใช้เงินทุนจากการขายน้ำมันดิบเพื่อทำสงครามกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) ซึ่งในขณะนี้อิรักมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- นาย Suhail bin Mohammed al-Mazroui รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประจำประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ให้ความเห็นว่าตลาดน้ำมันดิบจะเข้าสู่สมดุลได้ตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 6 เดือน แม้ว่าจะไม่มีการลดลงกำลังการผลิตลง แต่หากมีการปรับลดกำลังการผลิตจะช่วยให้การปรับสมดุลดังกล่าวเป็นไปได้เร็วขึ้น

+ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากทาง Goldman Sachs มีความเห็นว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสทรงตัวได้ที่ระดับ 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในครึ่งแรกของปี 2017 จากปัจจัยพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้น ถึงแม้โอเปคจะไม่ได้ลดกำลังการผลิตลงก็ตาม ซึ่งขัดแย้งกับความเห็นของ Morgan Stanley ที่มองว่าความล้มเหลวของการประชุมโอเปคจะทำให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสทรุดตัวลงต่ำกว่า 35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

+ หลังปิดตลาด สถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ หรือ API เปิดเผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลงประมาณ 700,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 600,000 บาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศอินโดนีเซียยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันเบนซินทางฝั่งสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากประเทศจีนที่ยังส่งออกน้ำมันเบนซินอยู่อย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดีเซลในเอเชียและตะวันตกปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสในการส่งออกน้ำมันดีเซลไปยังตะวันตก อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในจีนเริ่มชะลอตัวโดยปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าราวร้อยละ 5.6

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45 – 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46 – 51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 30 พ.ย. นี้ โดยตลาดคาดว่ากลุ่มโอเปคจะสามารถตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 32.5 – 33.0 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ ภายหลังประเทศภายในกลุ่มโอเปคมีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น ข้อเสนอปัจจุบันคือแต่ละประเทศ ยกเว้นลิเบียและไนจีเรีย จะมีการปรับลดกำลังการผลิตลงราวร้อยละ 4.0 – 4.5 ในขณะที่ รัสเซียออกมากล่าวสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าวและคาดจะคงกำลังการผลิตไว้ที่ระดับเดิม

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดในสหรัฐ เริ่มคลี่คลายและส่งกดดันต่อราคาลดลง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลง เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐ กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุดวันที่ 17 พ.ย. 2559 ปรับตัวลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น หลังปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 158 แท่นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวแตะระดับ 45 - 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 25 พ.ย. ปรับเพิ่ม 3 แท่นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ระดับ 474 แท่น

                                      -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999