วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

EGCO - ซื้อ

ผสมผสานกันอย่างลงตัว: กำไรระยะสั้นที่โดดเด่นและแนวโน้มระยะยาวที่น่าตื่นเต้น

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ EGCO ปี 2559 และ 2560 ซึ่งได้แรงหนุนจากกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินงานของโรงไฟฟ้า IPP แห่งใหม่ ในขณะที่บริษัทมีกำลังการผลิตใหม่ที่จะเริ่มเข้ามาในปี 2560 อยู่ที่ 365 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามแนวโน้มกำไรที่น่าประทับใจในระยะสั้นและโอกาสการลงทุนระยะยาวช่วยหนุนให้ EGCO เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่โดดเด่นที่สุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อย่างไรก็ตามมูลค่าหุ้นยังคงปรับตัวได้ช้ากว่ากลุ่มในขณะที่แนวโน้มการเติบโตแซงหน้าอุตสาหกรรมไปแล้ว เรายังคงชื่นชอบ EGCO ที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า

แนวโน้มกำไรในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่ง…

จากกำไรรวม 9 เดือนของปี 2559 ที่เติบโต YoY เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2559 เรายังคงประมาณการกำไรหลักปี 2559 เติบโต 33% YoY ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่งที่สุด YoY ในปี 2559 เมื่อเทียบกับกลุ่ม อย่างไรก็ตามหากบริษัทประกาศกลยุทธ์การลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้มากขึ้นด้วยการเข้าซื้อกิจการหรือการขายโครงการเดิมให้มีผลตอบแทนสูงขึ้น อาจส่งผลให้มีอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรปี 2559 ของเรา หากมองในปี 2560 การรับรู้กำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้า IPP แห่งใหม่ (โรงไฟฟ้าขนอม 4 กำลังการผลิตที่ 930 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 100%) และโครงการใหม่ที่จะเริ่มทยอยเข้ามาตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2560 น่าจะช่วยหนุนกำไรปี 2560 ให้เติบโต 18% YoY

...ในขณะที่แนวโน้มระยะยาวอาจสร้างความตื่นเต้นได้

จากหนึ่งในบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรระยะสั้นที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม แนวโน้มระยะยาวของ EGCO ก็ดูน่าตื่นเต้นเช่นกัน ซึ่ง EGCO มีโครงการใหม่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2562 รวม 988 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นอัพไซต์ 25% ของกำลังการผลิตในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่หยุดค้นหาโครงการเพื่อต่อยอดการเติบโตในอนาคต EGCO กำลังศึกษาโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งคิดเป็นกำลังการผลิตประมาณ 2,867 เมกะวัตต์ หรือ 70% ของกำลังการผลิตในปัจจุบัน เราคาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโตของบริษัทตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

ในอีกด้านหนึ่งการพิจารณาชะลอวันกำหนดการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินของกฟผ.ในภาคใต้ส่งผลบวกต่อบริษัท โดยหากการชะลอโรงไฟฟ้าออกไปหนุนให้มีการประมูลโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินอื่นๆมาแทนที่เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงพลังงานของประเทศ โรงงานผลิตไฟฟ้า BLCP ของ EGCO (โรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่กำลังการผลิต 1,342 เมกะวัตต์) พร้อมแล้วสำหรับการขยายตัว โดยทางโครงการได้รับการรับรองความปลอดภัย EHIA และที่ดินสำหรับการขยายโครงการขนาด 1,000 เมกะวัตต์แล้ว ในขณะที่ทำเลดังกล่าวมีประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมที่จำกัดเนื่องจากอยู่ในนิคมอุตฯ แต่หากการเลื่อนโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินของกฟผ. หนุนให้เกิดการแสวงหาโรงไฟฟ้าในภูมิภาคมาแทนที่ โรงไฟฟ้าขนอม 4 ของ EGCO ที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ที่มีโครงข่ายสายส่งและแหล่งเชื้อเพลิงเพียงพอต่อการขยายเพิ่มเติมอีก 500 เมกะวัตต์จะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นได้ ทั้งนี้ทั้งสองโครงการจะส่งผลให้ EGCO มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น คิดเป็นอัพไซต์ 37% เพิ่มเติมจากกำลังการผลิตในปัจจุบัน


แต่ราคายังคงปรับตัวช้ากว่ากลุ่ม

แม้ว่ากำไรบริษัทมีแนวโน้มดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักต่อแนวโน้มดังกล่าวมากนัก ปัจจุบัน EGCO ซื้อขายกันอยู่ในระดับ PBV/ROE ที่เพียง 0.10 เท่า ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มที่ 0.11 เท่า ในขณะที่กำไรน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 21.2% (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 20%) ในระหว่างปี 2559 และ 2561 เราเชื่อว่าจากแนวโน้มการเติบโตนี้ อย่างน้อย EGCO ก็สมควรซื้อขายในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย หรือเทียบเท่าราคาที่เหมาะสมที่ 217 บาทต่อหุ้น หรือสูงกว่านั้น