ไตรมาส4ปีนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ขนาดกลางแห่โยนบิ๊กล็อตคุึกคักขณะที่ต่างชาติเทขายต่อเนื่องโบรกประเมินแรงขายไม่น่าห่วง
ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนแรกของไตรมาส4ปีนี้ จะเห็นว่า ต่างชาติกลับมาเป็นฝ่ายขายสุทธิ 46,000 ล้านบาท หลังจากที่ 9 เดือนแรก ซื้อสุทธิ 132,480.27 ล้านบาท โดยตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ถึง 21 พ.ย. ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง 21 วันติดต่อกัน โดยหุ้นกลุ่มหลักที่ถูกขายออกมาคือ ธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร ท่องเที่ยว เป็นต้น
หากพิจารณาจากการซื้อขายรายใหญ่ (big lot) ในช่วงไตรมาส 4 นี้ พบว่าหุ้นขนาดกลางที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ราว 3 - 4 หมื่นล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีการซื้อขายคึกคัก หากไม่นับ พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขาย 12,183.96 ล้านบาท เป็นผลจากการโอนหุ้นเพื่อปรับโครงสร้างภายในบริษัท
หุ้นบิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เป็นหุ้นที่มีการซื้อขายบิ๊กล็อตสูงสุด 3,319.07 ล้านบาท เป็นการทำรายการจากตระกูลไกรภูเบศ ให้กับกองทุนทั้งในและต่างประเทศที่ราคา 11 บาท ขณะที่หุ้นอย่าง เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) และไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) ก็เป็นหุ้นขนาดกลางที่มีการซื้อขายบิ๊กล็อตติด 10 อันดับแรก โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 892.5 ล้านบาท และมูลค่า 880.37 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับเถ้าแก่น้อยเป็นการทำรายการของตระกูลพีระเดชาพันธ์ ที่ราคา 25.5 บาท โดย อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ เปิดเผยว่า เป็นการขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง หลังจากที่ได้รับความสนใจจากกองทุนและนักลงทุนมากขึ้น ส่วนกรณีของ ไทย โซล่าร์ เป็นการทำรายการของ เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WAVE) ขายให้กับ ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ที่ราคา 4.85 บาท
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าหุ้นขนาดกลางเหล่านี้อยู่บนความคาดหวังที่ค่อนข้างสูง จากค่าพีอีปัจจุบัน อย่าง บิวตี้ 52 เท่า เถ้าแก่น้อย 51 เท่า และ ไทยโซล่าร์ 17 เท่า
ส่วนหุ้นอื่นๆ ที่มีการทำรายการซื้อขายแบบบิ๊กล็อต ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่ารวม 3,254.14 ล้านบาท ที่ราคา 166.50 – 192.38 บาท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มูลค่ารวม 2,195.57 ล้านบาท ที่ราคาระหว่าง 27.75 – 33.34 บาท บ้านปู (BANPU) มูลค่ารวม 1,851.67 ล้านบาท ที่ราคาระหว่าง 15.90 – 20.54 บาท กองทุนเปิด ไทยเด็กซ์ เซ็ท 50 อีทีเอฟ (TDEX) มูลค่ารวม 1,042.23 ล้านบาท
ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ASP ให้ความเห็นว่า ช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเริ่มไหลออกจากภูมิภาค รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ส่วนมากจะไหลออกจากหุ้นขนาดใหญ่ อย่าง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นขนาดกลางมากขึ้น โดยเฉพาะกองทุนขนาดกลางและเล็กของต่างชาติ ทำให้หุ้นเหล่านี้แม้จะมีค่าพีอีสูง ก็ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง
“แม้หุ้นเหล่านี้ขนาดกลางจะราคาค่อนข้างแพงเมื่อพิจารณาจากค่าพีอี แต่ก็ยังมีเงินไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามนักลงทุนที่จะลงทุนในหุ้นเหล่านี้ควรจะติดตามผลประกอบการอย่างใกล้ชิด หากเริ่มเห็นสัญญาณของการเติบโตที่ชะลอลง ก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดแรงขายออกมาได้ ส่วนภาพรวมของตลาดนั้น ทิศทางเงินทุนต่างชาติน่าจะไหลออกต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี แต่ส่วนตัวมองว่าคงไม่มากนัก เพราะการถือครองของต่างชาติในขณะนี้ไม่ถือว่าสูง”






