เน้นการเติบโตที่มั่นคง
ประเด็นการลงทุน
เราปรับลดประมาณการกำไรลง 9% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 2.55 พันล้านบาท และ 9% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 3 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้นกว่าที่เราคาด ซึ่งจะส่งผลให้ประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท และ 14% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท การปรับประมาณการกำไรทำให้เราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ลงเล็กน้อยหรือประมาณ 7% เป็น 56 บาท อ้างอิงจาก PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่ 6.6 เท่า (ROE ที่ 33.3%, Ke ที่ 9.3% และการเติบโตของอุตสาหกรรมเฉลี่ย5%) โดยอาจมีอัพไซต์จาก 1) การเติบโตของสินเชื่อแข็งแกร่งกว่าที่คาด (หากกิจการมีการซื้อกิจการข้างนอกที่ช่วยหนุนบริษัทให้เติบโต), 2) การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้นจากธุรกิจใหม่ในบริการเร่งรัดและจัดเก็บหนี้และธุรกิจนาโนไฟแนนซ์, และ 3) การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่น้อยกว่าคาด เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
คาดสินเชื่อ 2559 เพิ่มเป็น 90% สอดคล้องกับประมาณการของเรา
จากสินเชื่อเติบโต 61% YTD ของ 9เดือนในปี 2559 ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมปี 2559 มาอยู่ที่ 80-90% จาก 70% ก่อนหน้านี้ ซึ่งสอดสอดคล้องกับประมาณการของเรา นอกจากนี้บริษัทยังปรับการเติบโตของสินเชื่อปี 2560 ที่อนุรักษ์ประมาณ 20-30% ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขของเราที่ 25% ผู้บริหารปรับสินเชื่อโดยเน้นเอสเอ็มอีมากขึ้น (ซึ่งส่วนใหญ่มีหลักประกันเป็นที่ดินทำเลในเมื่องใหญ่) และยังคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมปี 2560 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-30% กอปรกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัว 23-24% ในขณะที่ SAWAD มีแผนที่จะซื้อทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 3 พันล้านบาท ในปี 2560 มาบริหาร โดยเป้าหมายส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับตัวเลขประมาณการของเรา ในปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการบริหารทรัพย์สิน ณ ปลายเดือนก.ย. 2559 ที่ 2.1 พันลานบาท โดยเราไม่ได้รวมส่วนแบ่งกำไรจากกิจกรรมดังกล่าวเข้าไปในประมาณการปี 2560 และ 2561 ของเรา
การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว=การเติบโตค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น
SAWAD มีจำนวนสาขาทั้งหมด 2,027 ณ ปลายเดือนก.ย. 2559 จาก 1,627 สาขาในสิ้นปี 2558 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายกิจการปี 2559 ที่เพียง 2,000 สาขา ผู้บริหารได้ปรับมาเป็น 2,100 สาขาในสิ้นปี 2559, 2,400-2,500 สาขาในสิ้นปี 2560 และ 2,800-2,900 สาขาในสิ้นปี 2561 การขยายสาขาที่เพิ่มมากขึ้นในปี 2560 และ 2561 ส่งผลให้เราปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 11% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท และ 14% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจะกดดันให้ประมาณการกำไรปี 2560 ลดลง 9% มาอยู่ที่ 2.55 พันล้านบาท และในปี 2561 ลดลง 9% มาอยู่ที่ 3 พันล้านบาท
คงอัตราการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯมากกว่า 50%...
ผู้บริหาร SAWAD ย้ำว่าอัตราการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่มากกว่า 50% ในระหว่างไตรมาส4/59 และปี 2560 จาก 53% ในไตรมาส3/59 บริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มอัตราส่วนดังกล่าวมาอยู่ที่ 100% อย่างที่ธนาคารทำ เนื่องจากบริษัทมีนโยบายสินเชื่อที่เข้มงวดและมีการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันที่ 45-50% ของราคาตลาด เราเชื่อว่าจะช่วยให้ SAWAD มีกระบวนการในการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและมีผลขาดทุนจากการขายหลักประกันน้อยลง เราคาดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดไตรมาส4/59 ยังคงอยู่ที่ 4.5% เปลี่ยนแปลง QoQ และเราคาดว่า SAWAD จะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ 260 ล้านบาทในปี 2559 เพิ่มขึ้น 55% YoY และ 275 ล้านบาทในปี 2560 เพิ่มขึ้น 6% YoY







