ททท.เตรียมเปิดโครงการเดอะ ลิงค์ จับคู่ 10 สำนักงานยุโรป-อเมริกานำโนว์ฮาวติวเข้มการท่องเที่ยว 10 สำนักงานในประเทศ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หลังจากที่ ททท.เปิดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแนว Local Experience หรือ ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ท้องถิ่น เป็นนโยบายหลักประจำปีงบประมาณ 2560 ดังนั้นจึงเตรียมวางโครงการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลในเชิงรูปธรรมภายใต้ชื่อ The Link หรือ พี่เลี้ยงชุมชนด้านการท่องเที่ยว ขึ้นมา ด้วยการจับคู่ ททท.สำนักงานต่างประเทศ 8 สำนักงานจากยุโรปและ 2 สำนักงานจากอเมริกา กับ สำนักงาน ททท.ในประเทศ 10 แห่ง โดยที่สำนักงานต่างประเทศใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการตลาดจากการคลุกคลีกับตลาดในพื้นที่และนักท่องเที่ยวโดยตรงมาเป็นพี่เลี้ยงให้ ททท.ในประเทศ สามารถส่งเสริมการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไปจนถึงวางแนวทางการตลาด รวมถึงช่วยดูแลรับมือกับปัญหาและอุปสรรคใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวตามมาในอนาคต
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยผลักดันบทบาทของ ททท.ให้เป็นมากกว่านักการตลาด โดยจะมุ่งใช้ประสบการณ์เข้าช่วยพัฒนาทิศทางด้านการท่องเที่ยวให้เหมาะสมตอบโจทย์กับความต้องการของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน โดยในการแถลงข่าวเปิดโครงการวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 10 จังหวัดมาแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับ ททท.ในการจับคู่การพัฒนาสินค้าและการตลาดดังกล่าว และเริ่มมีสำนักงานที่ดำเนินการเป็นพี่เลี้ยงแล้ว เช่น สำนักงานลอนดอน ร่วมมือกับบริษัทจีแอดเวนเจอร์ ในอังกฤษ จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนมายังแม่ฮ่องสอน เป็นต้น
ในปี 2560 ตั้งเป้าให้ตลาดสหราชอาณาจักรมีนักท่องเที่ยวมาไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน โดยขณะนี้ยังจับตามองสถานการณ์การเตรียมตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ เบร็กซิท อย่างใกล้ชิด แต่เบื้องต้นยังไม่เป็นปัจจัยในเชิงลบต่อการท่องเที่ยว แต่ยอมรับว่าอาจมีผลบ้างในเชิงการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวเมื่อมาไทย เนื่องจากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนลงทำให้แลกเป็นเงินไทยได้น้อยลงเมื่อเทียบกับมูลค่าเดิมก่อนจะมีประชามติออกจากอียู ทั้งนี้สาเหตุที่ไม่กระทบเพราะสหราชอาณาจักร มีนักท่องเที่ยวมาไทยซ้ำกว่า 60% และกลุ่มดังกล่าวรู้จักไทยและยังเลือกเป็นจุดหมายท่องเที่ยวเสมอ เมื่อถึงเวลาการพักผ่อนประจำปี อีกทั้งการมีเที่ยวบินจากตะวันออกกลางขยายเส้นทางเข้าสู่เมืองต่างๆ มากขึ้น เช่น แมนเชสเตอร์, เอดินเบอระ, กลาสโกว์ จะทำให้เกิดการขยายไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวครั้งแรกกว่าเดิมด้วย
นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. กล่าวว่า สำหรับการวางคู่พี่เลี้ยงเบื้องต้นแต่ละคู่สำนักงาน ได้แก่ ลอนดอน-แม่ฮ่องสอน, ปารีส-เลย, แฟรงค์เฟิร์ต-พังงา, สตอกโฮล์ม-นครศรีธรรมราช, มอสโก-เพชรบุรี, กรุงโรม-สุโขทัย, ปราก-ตรัง, ดูไบ-สมุทรสงคราม (และพื้นที่ใกล้เคียง), ลอสแองเจลิส-ชุมพร (และพื้นที่ใกล้เคียง) และนิวยอร์ก-ตราด โดยได้มีการหารือความร่วมมือเบื้องต้นในทางปฏิบัติสำหรับทุกสำนักงานแล้ว
"ททท.จะไม่ได้มีบทบาทเป็นแค่นักการตลาด แต่ในโครงการนี้จะเป็นทั้งครู เป็นโค้ช และเป็นหมอ ในการช่วยคอยดูแลการท่องเที่ยวของทั้ง 10 จังหวัดโดยมีสำนักงาน ททท.จังหวัดเป็นกลไกหลักในการช่วยประสานรัฐและเอกชนในพื้นที่ โดยสำนักงานต่างประเทศใช้โนว์ฮาวและความรู้จากการเห็นวิวัฒนาการของตลาดอย่างใกล้ชิดมาช่วยดูแลให้การเจริญเติบโตของท่องเที่ยวชุมชนมีทิศทางและมีคุณภาพ"
นายธเนศวร์ กล่าวด้วยว่า การกำหนดชื่อโครงการ The Link มาจากพื้นฐานแนวคิด 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ L : Local Tourism หรือการท่องเที่ยวชุมชน, I : Innovation หรือ นวัตกรรมในด้านแนวคิดกับจับคู่ดังกล่าวขึ้นมาครั้งแรก, N : Networking การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสำนักงานต่างประเทศและในประเทศเข้าถึงกัน และ K : Keeping Characters หรือการรักษาคุณลักษณะเด่นในเชิงเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ชุมชนไว้สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากดำเนินการมาตั้งแต่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว เมื่อถึงการประชุมแผน ททท.ในเดือน มิ.ย.2560 ทุกสำนักงานจะต้องมารายงานผลความคืบหน้าในการทำงานจับคู่ด้วยว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ อย่างไร
สำหรับปี 2560 วางเป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรปเติบโตราว 10% แต่ทั้งนี้ยังมีประเด็นความเคลื่อนไหวของค่าเงินที่ต้องจับตามอง โดยเฉพาะเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงไปกว่า 10% แล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนประเด็นบวกที่คาดว่าจะสนับสนุนการเติบโตของภูมิภาคตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ได้แก่ การกลับมาฟื้นตัวของตลาดรัสเซีย ที่น่าจะเห็นชัดเจนมากขึ้น








